เพกา

เพกา ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอการเสื่อมของเซล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกด้วย

เพกา

เพกา ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ช่วยชะลอการเสื่อมของเซล์ต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกด้วย

Denny กรกฎาคม 15, 2020

เพกา  เป็นผักที่นิยมจิ้มกินกับน้ำพริก ลักษณะเป็นฝักสีเขียวยาวประมาณ 1 ศอก และในทางการแพทย์ระบุว่าามีสารสกัดฟลาโวนอยด์

ที่ได้มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ อีก เช่น ลิ้นฟ้า (เลย, ภาคอีสาน), กาโด้โด้ง (กาญจนบุรี), ดุแก ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ (แม่ฮ่องสอน), เบโด (จังหวัดนราธิวาส), มะลิ้นไม้ มะลิดไม้ ลิดไม้ (ภาคเหนือ), โชยเตียจั้ว (จีน) เป็นต้น

ที่ได้มีการจัดเป็นไม้ยืนต้นและเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้มีถิ่นกำเนิดในอินเดียแลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรวมไปจนถึงประเทศไทยบ้านเราด้วย โดยที่ได้มีการพบได้ตามป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วไป ถึงแม้ว่าจะได้มีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ แต่มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่นำมากินเป็นผัก (จัดอยู่ในหมวดดอกฝัก)

ฝักอ่อนของ ต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะได้มีวิตามินซีถึง 484 มิลลิกรัม

ซึ่งถือได้ว่าสูงมาก ๆ และยังได้มีการประกอบไปด้วยมีวิตามินเอสูงถึง 8,300 มิลลิกรัม (ซึ่งพอ ๆ เพกา  กับตำลึงเลยทีเดียว), ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส 4 มิลลิกรัม, โปรตีน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม, ไขมัน 0.5 กรัม, เส้นใย 4 กรัม ยอดอ่อนของต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะมีวิตามินบี 1 0.18 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.7 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 2.4 มิลลิกรัม, โปรตีน 6.4 กรัม, ไขมัน 2.6 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 13 กรัม และให้พลังงาน 101 กิโลแคลอรี

ตามความเชื่อของคนโบราณนั้นที่ห้ามปลูกไว้ในบริเวณบ้าน เนื่องจากนี้ฝักของที่ได้มีรูปร่างคล้ายดาบหรือปลายหอก

อาจจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเลือกตกยางออกได้ และยังเป็นชื่อเรียกของเหล็กประดับยอดพระปรางค์ เนื่องจากนี้ได้มีรูปร่างคล้ายฝักของ จึงถือว่าเป็นของสูงไม่คู่ควรแก่ในการนำมาปลูกไว้ในบ้าน แต่ถ้าจะไปปลูกไว้ตามไร่ตามสวน หรือรั้วบ้านก็คงจะไม่เป็นไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *