เดือน: กันยายน 2020

Denny กันยายน 17, 2020

กานพลู  สามารถนำมารักษาแผลที่เกิดจากไฟไหม้ นำมาต้มเป็นน้ำใช้อาบแก้ผื่นคันได้

ต้นกานพลู เป็นพรรณไม้พื้นบ้านของหมู่เกาะโมลุกกะ น้ำไปปลูกลงในเขตร้อนทั้งโลก ในปะเทศไทยเอามาปลูกบ้างแม้กระนั้นไม่แพร่หลาย ถูกใจขึ้นในดินที่ร่วนซุย การระบายน้ำดี ความชุ่มชื้นสูง ฝนตกชุก ขึ้นก้าวหน้าบนที่ราบถึงที่สูงจากระดับน้ำทะเล 800-900 เมตร กานพลู เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมสดชื่นส่วนตัว ถูกใจความชุ่มชื้นสูง เจอได้ตามป่าดงดิบ ประเทศฟิลิปปินส์มีกานพลูเป็นพืชประจำแคว้น กานพลู ภาษาอังกฤษ เรียก clove tree มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า SyZagium aromaticum ชื่ออื่นๆของกานพลู อาทิเช่น จันย่าง ดอกจัทร์

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของต้นกานพลู
กานพลู เป็นพืช จำพวกไม้ยืนต้น ความสูง 9-12 เมตร บางทีอาจสูงได้ถึง 20 เมตร เรือนยอดเป็นรูปกรวยคว่ำ แตกกิ่งต่ำ ลำต้นตั้งชัน เปลือกเรียบ สีเทา ใบลำพัง เรียงตรงกันข้าม รูปใบหอก รูปรี หรือรูปไข่กลับแคบๆกว้าง 8-11 เซนติเมตร ยาว 32-37 เซนติเมตร ปลายแหลมหรือเรียวแหลม โคนสอบแคบ ขอบเรียบ แผ่นใบข้างบนวาว มีต่อมน้ำมันมากมาย เส้นกิ้งก้านใบข้างละ 15-20 เส้น ปลายเส้นโค้งถึงกับเส้นต่อไปก่อนถึงขอบของใบ ก้านใบยาว 1-2.5 เซนติเมตร ช่อดอกแบบช่อเชิงหลั่น ออกที่ปลายยอด ยาวโดยประมาณ 5 เซนติเมตร ก้านช่อดอกสั้นมากมาย แต่ว่าบางทีอาจยาวได้ถึง 1 เซนติเมตร ใบตกแต่งสามเหลี่ยม ยาว 2-3 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนชิดกันเป็นหลอดยาว 5-7 มิลลิเมตร เมื่อได้ผลสำเร็จขยายออกเป็นรูปกรวยยาวราว 1 เซนติเมตร ปลายแยกเป็นแฉกรูปไข่ ยาว 3-4 มิลลิเมตร กลีบ 4 กลีบ รูปขอบขนานหรือกลม ยาว 7-8 มิลลิเมตร มีต่อมมน้ำมันมากมาย หล่นง่าย เกสรเพศผู้หลายชิ้น ตกง่าย ก้านยกอับเรณูยาวโดยประมาณ 7 มิลลิเมตร ก้านเกสรเพศเมียยาวราว 4 มิลลิเมตร ผล รูปไข่กลับกามารูปรี ยาว 2-2.5 เซนติเมตร แก่จัดสีแดง มี 1 เม็ด

กานพลู เป็นพืช จำพวกไม้ยืนต้น ความสูงราวๆ 10-15 เมตร มีลำต้นตั้งชัน ใบของกานพลู เป็นใบเดียวเรียงตรงแตกกิ่งก้านสาขา ผิวมัน สีเขียว ดอกแล้วก็ผลของกานพลู ช่อดอกจะออกตามซอกใบ ดอกกานพลูจะมีน้ำมัน มีกลิ่นหอมสดชื่นแล้วก็รสเผ็ด ทรงกรวยยาว

คุณประโยชน์ทางโภชนาการของกานพลู
ในการศึกษาเล่าเรียนคุณประโยชน์ทางโภชนาการของกานพลู พบว่ามี แคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ในจำนวนสูง ในดอกของการพลูสามารถสกัดน้ำมัน มีน้ำมันหอมระเหยราว 20 % มีกรดมึงลโลแทนนิค(gallotannic acid) ราว 10% และก็สารโครมีนส์ (chromenes) สารค้างรีโอไฟลีน (caryophylline) และก็กรดสามเตอฟีน(triterpene acid) ในน้ำมันมี ยูยูจีนอลอะซีเตท (eugenolacetate) จีนอล (eugenol) ฯลฯ

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของกานพลู
กานพลู นั้นจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกึ่งกลาง โดยมีลำต้นสูงราวๆ 5 – 10 เมตร เป็นใบโดดเดี่ยวรูปวงรี ออกเรียงแบบตรงกันข้าม ขอบเป็นคลื่น สีแดงหรือน้ำตาลอมแดง แล้วก็รอบๆเนื้อใบจะออกจะเหนียวและก็มัน มีดอกเป็นช่อที่ซอกใบ โดยดอกนั้นมักหล่นจากต้น กลีบดอกไม้มีสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงรวมทั้งฐานดอกจะมีสีแดงดกๆแข็งส่วนผลจะมีลักษณะทรงไข่

คุณประโยชน์ของกานพลู
ประโยช์จากกานพลู พวกเราสามารถนำกานพลูมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งยัง ดอก ใบ เนื้อหา ดังต่อไปนี้
ดอกของกานพลู สามารถประยุกต์ใช้แก้โรครำมะนาด แก้ปวดฟัน ช่วยละลายเสลด แก้อาการหอบหืด ทุเลาเลือดไหลตามไรฟัน แก้เจ็บท้อง แก้เลือดเป็นพิษ รักษาเหน็บชา ขับน้ำคร่ำ แก้ท้องขึ้น
ใบของกานพลู สามารถเอามารักษาแผลที่เกิดขึ้นจากไฟลุก เอามาต้มเป็นน้ำใช้อาบแก้ผื่นคันได้ ใบของกานพลูมีรสชาติเย็นและก็จืดชืด แก้ปวดมวน
น้ำมันกานพลู ดอกของกานพลูมีน้ำมันสามารถเอามาสกัดใช้เป็นยา ช่วยสำหรับการขับ ทุเลาการชักกระตุก แก้เจ็บท้อง แก้ปวดฟัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคหลายอย่าง ใช้เป็นยาไล่ยุง ตลอดจนเอามาแต่งกลิ่นของกิน เป็นส่วนประกอบของ เครื่องดื่ม ของหวาน สบู่ รวมทั้งยาสีฟัน
เปลือกต้นกานพลู สามารถใช้ แก้เจ็บท้อง แก้ลม คุมธาตุ
ผลของกานพลู ใช้เป็นเครื่องเทศ เป็นตัวช่วยทำให้มีกลิ่นหอมหวน
วิธีการใช้กานพลูรักษาลักษณะของการปวดฟัน สามารถทำเป็นโดย ใช้สำลีชุบน้ำมันกานพลู หยดในรูฟันที่มีลักษณะอาการปวด หรือใช้ฟันที่ปวดคาบสำลีที่ชุบน้ำมันกานพลูไว้ ก็สามารถทุเลาลักษณะของการปวดฟันก้าวหน้า…

Read More
Denny กันยายน 17, 2020

บุก  ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับระดูของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี

หัว บุก มีคุณประโยชน์ ช่วยลดปริมาณน้ำตาลภายในเส้นโลหิต รักษาโรคโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีรอบเดือนมาแตกต่างจากปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟลุกและน้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ ใช้เป็นยาพารา แก้บวมช้ำ ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับรอบเดือนของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี

ต้นบุก มีชื่อสามัญว่า Konjac อ่านออกเสียงว่า คอน-จัค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Amorphophallus konjac K.Koch ชื่อเรียกอื่นๆของบุก เป็นต้นว่า บุกคุงคก เบีย เบือ มันซูรัน หัวบุก บุกคางคก บุกหนาม บุกหลวง แพทย์ ยวี จวี๋ ยั่ว แพทย์ยื่อ ฯลฯ

รูปแบบของต้นบุก
ต้นบุก นับว่าเป็น ไม้ล้มลุกชนิกหนึ่ง เป็นไม้เนื้ออ่อน รูปแบบของลำต้นอ้วนรวมทั้งมีสีเขียวเข้ม ใบบุกเป็นใบคนเดียว ซึ่งใบของบุกจะแตกใบที่ยอดรวมทั้งใบแผ่ขึ้นราวกับร่มกาง ดอกของบุกจะมีสีเหลือง จะบานในตอนค่ำ มีกลิ่นแรง ลักษณะราวกับดอกหน้าโค

ลำต้นแทงขึ้นมาจากหัวใต้ดิน มีความสูงของต้นราวๆ 50-150 ซม. หัวที่อยู่ใต้ดินนั้นมีขนาดใหญ่ รูปแบบของหัวเป็นรูปออกจะกลมแบนบางส่วน หรือกลมแป้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 25 ซม. ผิวเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ลำต้นและก็กิ่งมีลักษณะกลมใหญ่ เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวมีลายทาสีขาวผสมปนเปอยู่
ใบบุก ใบเป็นใบประกอบแบบขน มีใบย่อยเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นรูปไข่กลมรี ปลายใบแหลม ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีปริมาณยาวราว 15-20 ซม.
ดอกบุก มีดอกเป็นดอกเดี่ยว รูปแบบของดอกเป็นทรงทรงกระบอกกลมแบน มีกลิ่นเหม็น สีม่วงแดงอมเขียว มีกาบใบยาวราว 30 ซม. สีม่วงอมเหลือง โผล่ขึ้นพ้นจากกลีบเลี้ยงที่มีสีม่วง
ผลบุก รูปแบบของผลเป็นรูปกลมแบน เมื่อสุกจะเป็นสีส้ม
คุณประโยชน์ของบุก

สำหรับคุณประโยชน์ของบุก พวกเรานิยมใช่ประโยน์ทางยาของบุก จาก หัว รากรวมทั้งเนื้อของลำต้น เนื้อหา ดังต่อไปนี้
หัวบุก มีคุณประโยชน์ช่วยลดน้ำตาลในเส้นโลหิต รักษาโรคโรคเบาหวาน เป็นยาแก้ไข้จับสั่น ช่วยแก้ไอ ละลายเสลด แก้โรคท้องมาน ใช้สำหรับสตรีเมนส์มาผิดปรกติ ใช้แก้พิษงู ใช้เป็นยาแก้แผลไฟลุกและก็น้ำร้อนลวก แก้ฝีหนองบวมอักเสบ ใช้เป็นยาพารา แก้ฟกช้ำ
รากของบุก ช่วยแก้ริดสีดวงทวาร ช่วยขับรอบเดือนของสตรี ใช้เป็นยาพอกฝี
ข้อควรไตร่ตรองสำหรับในการบริโภคบุก

สำหรับข้อกำหนดสำหรับในการกินบุกหมายถึงหัวบุกจะมีรสเผ็ด เป็นยาร้อน เป็นพิษ ออกฤทธิ์ต่อม้าม ตับ แล้วก็ระบบทางเดินอาหาร โดยเหตุนั้น ในกลุ่มชนที่ ม้าม ตับ แล้วก็ระบบทางเดินอาหาร ไม่ดี ควรจะเลี่ยงกิน และไม่กินเยอะเกินไป ซึงข้อพึงระวังสำหรับในการบริโภคบุก มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ในเนื้อหัวบุกป่าจะมีผลึกของแคลเซียมออกซาเลท (Calcium oxalate) เยอะๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการคัน ส่วนเหง้าและก็ก้านใบถ้าหากปรุงไม่ดีแล้วกินเข้าไปจะมีผลให้ลิ้นพองแล้วก็คันปากได้
ก่อนเอามากินจำเป็นที่จะต้องกำจัดพิษออกก่อน และไม่กินกากยาหรือยาสด
วิธีการกำจัดพิษจากหัวบุก ให้นำหัวบุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆตำเพียงพอแหลก คั้นเอาน้ำออกพักไว้ นำกากที่ได้ไปต้มน้ำ แล้วคั้นมัวแต่น้ำ นำไปผสมกับน้ำที่คั้นคราวแรก และจากนั้นจึงนำไปต้มกับน้ำปูนใสเพื่อพิษหมดไป เมื่อเดือดก็พักไว้ให้เย็น จะจับกุมกันเป็นก้อน ก็เลยสามารถใช้ก้อนดังที่กล่าวถึงแล้วสำหรับในการทำอาหารหรือนำไปตากแห้งเพื่อใช้เป็นยาได้
ถ้าอาการเป็นพิษจากการกินบุก ให้กินน้ำส้มสายชูหรือชาแก่ แล้วและก็ตามด้วยไข่ขาวสด แล้วให้รีบไปพบหมอ
เพราะวุ้นบุกสามารถขยายตัวได้มาก ก็เลยไม่สมควรบริโภควุ้นบกคราวหลังการกิน แม้กระนั้นให้กินก่อนรับประทานอาหารไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนการบริโภคของกินที่สร้างมาจากวุ้น เป็นต้นว่า วุ้นก้อนและก็เส้นวุ้น สามารถบริโภคพร้อมของกินหรือหลังรับประทานอาหารได้ เนื่องจากว่าวุ้นดังที่กล่าวมาแล้วได้ผ่านแนวทางการแล้วก็ได้ขยายตัวมาก่อนแล้ว และก็การการที่จะขยายตัวหรือขยายตัวได้อีกนั้นก็เลยเป็นได้ยาก ส่วนในเรื่องของค่าทางโภชนาการนั้นพบว่าวุ้นบุกไม่ให้พลังงานแก่ร่างกาย เนื่องด้วยไม่มีการเสื่อมสภาพเป็นน้ำตาลภายในร่างกาย และไม่มีวิตามินแล้วก็ธาตุ หรือสารอาหารใดๆก็ตามที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเลย
กลูวัวแมนแนนส่งผลทำให้การดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมันน้อยลง ซึ่งจะไม่เกิดโทษต่อสุขภาพโดยรวมได้ แม้กระนั้นจะไม่เป็นผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในน้ำ
การกินผงวุ้นบุกในจำนวนมาก อาจก่อให้มีลักษณะท้องเสียหรือท้องขึ้น มีลักษณะกระหายน้ำมากยิ่งกว่าเดิม บางบุคคลอาจมีอาการอ่อนล้าเพราะว่าระดับน้ำตาลในเลือดน้อยลงได้…

Read More
Denny กันยายน 16, 2020

เก๊กฮวย  สามารถ ช่วยดับกระหาย ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ

นอกจากนี้ เก็กฮวย ช่วยดูดซึมสารก่อโรคมะเร็งและจุลอินทรีย์ ช่วยขยายเส้นโลหิตแดง ช่วยคุ้มครองป้องกันโรคหัวใจ ช่วยคุ้มครองป้องกันการโรคความดันเลือดสูง ช่วยคุ้มครองการเกิดโรคเส้นโลหิตตีบ ช่วยบำรุงรักษาเลือด ช่วยบำรุงรักษาสายตา ช่วยแก้ลักษณะของการปวดหัว ช่วยลดไข้ ช่วยแก้ไอ ช่วยระบายและก็ย่อยของกิน ช่วยขับลม บำรุงปอด บำรุงตับ บำรุงไต ใช้รักษาฝีเป็นหนอง ช่วยรักษาผมหล่น

ต้นเก๊กฮวย ที่นิยมสำหรับเพื่อการบริโภค มีอยู่ 2 จำพวกหมายถึงเก็กฮวยดอกขาว รวมทั้ง เก็กฮวยดอกเหลือง เนื้อหาของเก็กฮวยแต่ละประเภท มี ดังต่อไปนี้
เก๊กฮวยดอกขาว มี 2 ประเภทหมายถึงเก็กฮวยขาวดอกใหญ่ แล้วก็ เก็กฮวยขาวดอกเล็ก
เก๊กฮวยขาวดอกใหญ่ มีลักษณะทั่วๆไปเป็นลำต้น ตรง แข็ง เป็นพุ่มไม้ใหญ่ ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม ก้านใบมีสีม่วงอมเขียว ดอกมีสีขาว ขนาดใหญ่ ขนาดราวๆ 4.7-5 ซม. กลีบดอกไม้มี 5-6 ชั้น มีกลีบโดยประมาณ 90 กลีบ เมื่อเอามาผึ่งแดด ดอกจะแห้งเร็ว
เก๊กฮวยขาวดอกเล็ก มีลักษณะทั่วๆไปหมายถึงลำต้นตรง เป็นพุ่มไม้เล็ก ลำต้นออกจะอ่อน ดอกมีขนาดโดยประมาณ 4.5 ซม. เล็กมากยิ่งกว่าจำพวกแรก ส่วนกลีบดอกไม้มีมากยิ่งกว่าที่ 6-7 ชั้น มีปริมาณกลีบราวๆ 120 กลีบ ส่วนสีดอกมีสีขาวอมสีเนื้อ ดอกเมื่อเอามาต้มจะให้กลิ่นหอมสดชื่นกว่าดอกใหญ่ แม้กระนั้นอาจมีรสขมคละเคล้าน้อย
เก๊กฮวยดอกเหลือง มีลักษณะทั่วๆไปเป็นหลีบดอกมีสีเหลือง รวมทั้งให้รสขมมากยิ่งกว่าชนิดดอกขาว
เก๊กฮวย เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดในประเทศจีน มีชนิดเก๊กฮวยที่นิยมนำมาปลูก และก็เอามาต้มเป็นน้ำเก๊กฮวยเยอะที่สุดหมายถึงเก๊กฮวยดอกขาว ที่ปลูกมากยิ่งกว่าจำนวนร้อยละ 90 ของเก๊กฮวยทั้งสิ้น โดยยิ่งไปกว่านั้นที่เมืองหังโจ เมืองจีน ส่วนเก๊กฮวยสีเหลือง ไม่นิยมทำน้ำเก๊กฮวย เพราะว่าน้ำให้รสขม แม้กระนั้นนิยมใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับแก้ร้อนใน

คุณประโยชน์ของเก็กฮวย
สามารถ ช่วยดับหิว ช่วยขับพิษออกมาจากร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ ช่วยซับสารก่อโรคมะเร็งรวมทั้งจุลอินทรีย์ ช่วยขยายเส้นโลหิตแดง ช่วยคุ้มครองปกป้องโรคหัวใจ ช่วยปกป้องการโรคความดันเลือดสูง ช่วยคุ้มครองปกป้องการเกิดโรคเส้นโลหิตตีบ ช่วยบำรุงรักษาเลือด ช่วยทำนุบำรุงสายตา ช่วยแก้ลักษณะของการปวดหัว ช่วยลดไข้ ช่วยแก้ไอ ช่วยระบายและก็ย่อยของกิน ช่วยขับลม บำรุงปอด บำรุงตับ บำรุงไต ใช้รักษาฝีเป็นหนอง ช่วยรักษาผมหล่น

ผลดีเก๊กฮวย
ดอกเก๊กฮวยแห้งนิยมใช้ต้มหรือชงเป็นชาดื่ม น้ำเก๊กฮวยจะมีสีเหลืองอ่อน รวมทั้งให้กลิ่นหอมหวนน่าดื่ม น้ำ ซึ่งบางทีอาจใช้ทั้งยังดอกเก๊กฮวยแห้งหรือผงดอกเก๊กฮวย
ใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพรหมายถึงเก๊กฮวยสีเหลือง ซึ่งให้รสขม
ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์
ลำต้นเก๊กฮวย ใช้เป็นเชื้อเพลิงในครอบครัว
ลำต้น รวมทั้งใบเก๊กฮวยที่เก็บดอกแล้ว กระทำการไถกลบสำหรับเป็นปุ๋ยพืชสดหรือประยุกต์ใช้ทำปุ๋ยธรรมชาติ
ข้อแนะนำสำหรับเพื่อการบริโภคเก็กฮวย

เม็ดพุด 1-2 เม็ดจะให้น้ำสีเหลืองพอดี หาก 3 เม็ดจะออกสีเหลืองมากมาย
กระบวนการทำน้ำเก๊กฮวยแบบถูกทางห้ามต้มดอกเก๊กฮวยเพราะว่าจะก่อให้น้ำมีรสขมได้
การกรองดอกเก๊กฮวยออกห้ามบี้เด็ดขาดด้วยเหตุว่าจะก่อให้น้ำมีรสขมได้
หากต้มน้ำดอกเก๊กฮวยแล้วเปรี้ยว ปัจจัยอาจมาจากการใส่ดอกเก๊กฮวยมากจนเกินความจำเป็น หรือการใช้เวลาต้มนานจนถึงเกินความจำเป็น
การชงเก๊กฮวยแบบชงชาจะให้รสที่ดีมากกว่าการนำมาต้มในน้ำเดือดๆนานๆ
คนที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย มีลักษณะอาการท้องร่วงง่าย ควรจะดื่มในจำนวนที่พอดี
สำหรับคนที่เป็นโรคกระเพาะ การดื่มชาเก็กฮวยอาจจะทำให้กำเนิดกรดในกระเพาะเยอะขึ้น
เกร็ดความรู้

เก๊กฮวยชงจะรับประทานง่ายดายยิ่งกว่าต้ม ด้วยเหตุว่าต้มแล้วรสจะออกขม เสนอแนะให้ชงโดยนำดอกเก็กฮวยใส่ถ้วยพอควร แล้วหลังจากนั้นเทน้ำเดือดจัดๆลงไป ปิดถ้วยทิ้งเอาไว้ให้เย็นแล้วหลังจากนั้นก็ให้นำมาดื่ม แม้มีความรู้สึกว่าจืดชืดไปให้เพิ่มเติมน้ำตาลกรวดลงไปบางส่วน หมดถ้วยและก็เพิ่มเติมน้ำร้อนไปเรื่อยกระทั่งจะจืดชืด แต่ว่าเก็กฮวยมีข้อพึงระวังเป็น คนที่มีลักษณะท้องเสีย ถ่ายบ่อยครั้ง ควรจะกินแต่ว่าน้อย

เมื่อเอ๋ยถึง สมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ทางยา แล้วก็ มีฤทธิ์เป็นยาเย็น มีเยอะแยะหลายประเภท แต่ถ้าว่า เก๊กฮวย นั้นถือได้ว่าเป็น สมุนไพร ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องของ การเป็นยาเย็น สมควรในการแก้อาการร้อนในรวมทั้งหิวน้ำได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง

เก๊กฮวย เป็นพืช สมุนไพรจีน ที่จำต้องเพราะเหตุว่าปลูกภายในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี โดย เก๊กฮวยนั้นเป็นพืชที่มีดอกสีเหลือง กลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆซึ่งคนธรรมดาทั่วไปบางครั้งก็อาจจะรู้จักเพียงแต่การนำมาทำน้ำเก๊กฮวยรสหอมหวานสดชื่นแค่นั้น ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยก็บางครั้งก็อาจจะยังไม่เคยทราบว่ามีสาระยังไงซึ่งนอกเหนือจากที่จะเอามาทำน้ำที่มีคุณประโยชน์ทางยามากมายแล้วนั้น

เก๊กฮวย มีสารฟลาโวนอยด์ในจำนวนที่สูงมากมาย ขึ้นรถฟลาโวนอยด์ นั้นถือได้ว่าเป็นสารที่ดีแล้วก็เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพประเภทหนึ่ง โดย คุณประโยชน์สำคัญๆของเก๊กฮวย นั้นก็เป็นช่วยลดอาการร้อนใน ทั้งยังยัง ช่วยแก้อยากกินน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งเก๊กฮวยนั้นจะมีคุณลักษณะ เป็นยาเย็น ช่วยสำหรับในการฟื้นฟูสภาพแล้วก็ปรับสมดุลให้กับร่างกาย ได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง

นอกจาก ดอกเก๊กฮวย ยังมีคุณลักษณะสำหรับการ ช่วยขับพิษออกมาจากร่างกาย โดยการขับของเสียออกทางเหงื่อนั่นเอง ทั้งยังยัง ช่วยสำหรับเพื่อการดูดซึมของเสีย และก็ สารก่อโรคมะเร็ง ที่หลงเหลืออยู่ภายในร่างกายรวมทั้งขับออกมาจากร่างกายได้ดี

ก็เลยนับว่า ดอกเก๊กฮวย นั้นมี คุณค่าที่มากมาย นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วดอกเก๊กฮวยยังมีคุณลักษณะสำหรับในการช่วยบำรุงรักษาเลือดและก็ช่วยสำหรับการขยายเส้นเลือดรวมทั้งช่วยแก้ไขโรคเลือดต่างๆได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย รวมทั้งปัจจุบันก็ยังส่งผลการค้นคว้าที่พักเกี่ยวกับดอกเก๊กฮวยว่าสามารถช่วยสำหรับการยั้งเชื้อไวรัสโรคภูมิคุมกันบกพร่องได้อย่างดีเยี่ยมนั่นเอง

เมื่อพูดถึงมาแล้ว เก๊กฮวย นั้นถือว่าเป็น สมุนไพรที่เป็นประโยชน์ ทั้งยังมี คุณประโยชน์ ที่สมควรสำหรับใช้ใน การบำรุงร่างกาย ได้อย่างดีเยี่ยม โดยคนที่ปรารถนาใช้ เก๊กฮวยเพื่อบำรุงร่างกาย นั้นก็สามารถทำเป็นกล้วยๆเพียงแต่การใช้ดอกเก๊กฮวยเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ โดยประมาณ 4-5 ดอก ชงกับน้ำร้อนเพื่อทำเป็นชาจิบได้ตลอดระยะเวลา จะช่วยสร้างความบรรเทาให้กับผู้กินได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งถ้าเกิดดื่มก่อนนอนเสมอๆก็จะสามารถช่วยให้นอนได้สบายเยอะขึ้นเรื่อยๆเหตุเพราะดอกเก๊กฮวยนั้นเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมยวนใจละมุนอ่อนๆ

ซึ่งจะสามารถสร้างความบรรเทาให้กับผู้กินได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังน้ำดอกเก๊กฮวยก็ยังเหมาะกับการดื่มในช่วงฤดูร้อนเพื่อช่วยคลายจากความอ่อนแรงและก็ความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ได้อย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน ก็เลยถือได้ว่า ดอกเก๊กฮวย นั้นเป็น สมุนไพร ที่มีความรู้และมีความเข้าใจที่จะสามารถช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงได้อย่างดีเยี่ยม ทั้ง เก๊กฮวย ก็เป็น ดอกไม้ที่แพงไม่สูง จนกระทั่งเกินได้ด้วย เช่นเดียวกัน ก็เลยเหมาะสำหรับการนำมาทำเป็น สมุนไพรบำรุงร่างกาย ได้เหมาะสมกับทุกเพศรวมทั้งทุกวัยนั่นเอง…

Read More
Denny กันยายน 16, 2020

มะกรูด  สามารถนำมาแต่งกลิ่น รักษาโรคเส้นผม รักษาโรคผิวหนัง ใช้ทำความสะอาด

ต้นมะกรูด ภาษาอังกฤษ เรียก Kaffir lime มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Citrus hystrix DC เป็นพืชเครือญาติเดียวกันกับส้ม มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่น นิยมเอามาปรุงอาหาร ให้กลื่นหอม ชื่ออื่นๆของมะกรูด อย่างเช่น มะขู , มะขุน มะขูด , ส้มกรูด ส้มมั่วผี ฯลฯ มะกรูดนับว่าเป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับในการทำเครื่องแกง นอกเหนือจากที่จะเป็นสมุนไพรใช้ในห้องครัวแล้ว ยังเป็นพืชที่มีความมงคลเช้าใจกันว่า มะกรูดจะก่อให้ผู้อาศัยสุขสบาย

รูปแบบของต้นมะกรูด
มะกรูด เป็นไม้ยืน ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไม้เนื้อแข็ง ตามลำต้นแล้วก็กิ่งของมะกรูดจะมีหนามแหลม ใบมะกรูด เป็นใบประกอบประเภทลดรูป เรียงสลับกันตามกิ่ง ทรงไข่ ใบมีสีเขียวแก่ รวมทั้งผิวใบเรียบ มัน ดก มีกลิ่นหอมยวนใจมากมาย ดอกของมะกรูดออกเป็นกลุ่ม มี 3 – 5 ดอกต่อกระจุก กลีบดอกไม้สีขาว เกสรสีเหลือง มีกลิ่นหอมยวนใจ ผลของมะกรูดมีสีเขียว ลักษณะเหมือมมะนาวแต่ว่าผิวตะปุ่มตะป่ำ ผลสุกจะเป็นสีเหลือง การขยายพันธุ์มะกรูดสามารถทำเป็นโดยการทำหมันกิ่ง การทาบกิ่ง หรือการเพาะเม็ด ฯลฯ

คุณประโยชน์ของมะกรูด
การใช้ผลดีมะกรูด คุณประโยชน์ของมะกรูด สามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกส่วน ตั้งแต่ ราก ใบ ผล โดยเนื้อหา ดังต่อไปนี้
รากของมะกรูด สามารถใช้ รักษาฝี แก้เสลดเป็นพิษ แก้อยากดื่มน้ำ
ใบของมะกรูด สามารถสกัดน้ำมันหอมระเหย มีสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูเขามขัดขวางร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยบรรเทา คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็ง น้ำมันหอมระเหยใช้แก้ปวดเมื้อย ช่วยลดการยุบเกร็งของกล้าม ใช้ขจัดกลิ่นคาวของกิน ลดระดับความดันเลือด
ผลของมะกรูด สามารถเอามาแต่งกลิ่น รักษาโรคเส้นผม รักษาโรคผิวหนัง ใช้ชำระล้าง บำรุงเส้นผม ช่วยบรรเทา ช่วยแก้ไอ ขับเสลด บำรุงเลือด ขับลม ยั้งการเติบโตของจุลชีพ บำรุงเลือด
น้ำมะกรูด สามารถใช้รักษาโรคเลือดไหลตามไรฟัน ใช้บำรุงเส้นผม ล้างสิ่งตันบนบริเวณใบหน้า
ผิวของผลมะกรูด สามารถเอามาทำเป็นยาขับลม บำรุงหัวใจ แก้เสลดเป็นพิษ แก้อาการท้องอืด
มะกรูด สมุนไพร คู่ห้องครัวคนประเทศไทย สามารถเอามาประกอบอาหารให้กลิ่นหอมยวนใจ ดับคาวของกินก้าวหน้า คุณประโยชน์ของมะกรูด อย่างเช่น ใช้รักษาฝี แก้เสลดเป็นพิษ แก้หิวน้ำ มีสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างภูเขามยับยั้งร่างกาย ช่วยเจริญอาหาร ช่วยบรรเทา คุ้มครองโรคมะเร็ง แก้ปวดเมื้อย ช่วยลดการยุบเกร็งของกล้าม ใช้กำจัดกลิ่นคาวของกิน ลดระดับความดันเลือด รักษาโรคเส้นผม รักษาโรคผิวหนัง บำรุงเส้นผม ช่วยบรรเทา ช่วยแก้ไอ ขับเสลด บำรุงเลือด ขับลม ยั้งการเติบโตของจุลอินทรีย์ รักษาโรคเลือดไหลตามไรฟัน ล้างสิ่งตันบนบริเวณใบหน้า เป็นยาขับลม บำรุงหัวใจ แก้ท้องขึ้น…

Read More
Denny กันยายน 13, 2020

เสาวรส  หากนำมาต้ม สามารถใช้ รักษาผดผื่นคัน และกามโรคได้

ต้นเสาวรส ภาษาอังกฤษ เรียก Passionfruit ชื่อวิทยาศาสตร์ของเสาวรสหมายถึงPassiflora edulis สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของเสาวรส ได้แก่ กระทแขนก เครื่องหอม ฯลฯ เป็นพืชที่มีถิ่นเกิดอยู่ที่ทวีปอเมริกาใต้ เจอในประเทศบราซิล ขว้างรากวัย ประเทศอาร์เจนตินา

ต้นเสาวรส หรือเรียกอีกชื่อว่า กะทมือกฝรั่ง คือผลไม้ เพื่อสุขภาพที่มีต้นกำเนิดในแถบทวีปอเมริกาใต้ รูปแบบของผลกลม มีสีเขียว เมื่อสุกจะมีหลากสี ได้แก่ สีม่วง สีเหลือง สีส้ม ฯลฯ สำหรับเสวรสในประเทศไทยนิยมนำมาปลูก 3 สายพันธุ์ โดยในผลเสาวรสนั้นจะมีเม็ดเป็นจำนวนมาก มีกลิ่นเหมือนฝรั่งสุก รสออกเปรี้ยวจัด แต่ว่าบางสายพันธุ์จะมีรสออกอมหวานด้วย

เสาวรส เป็นไม้เลื้อย ผลของเสาวรสจะมีทรงกลม ผลอ่อนของเสารสจะมีสีเขียว เมื่อสุกมื่อสุกจะมีหลากสี ตัวอย่างเช่น สีม่วง สีเหลือง สีส้ม กลิ่นเหมือนผลฝรั่งสุก มีรสเปรี้ยว แหล่งปลูกเสาวรสเพื่อการค้าขายมีหลายประเทศ อาทิเช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา นิวซีแลนด์ ประเทศแถบสมุทรแคริบเบียน บราซิล โคลอมเบีย โบลิเวีย เอกวาดอร์ อินโดนีเซีย ประเทศเปรู เปอร์โตริโก สาธารณรัฐโดมินิกัน สหรัฐฯ ประเทศอาร์เจนตินา ประเทศออสเตรเลีย แอฟริกาทิศตะวันออก ประเทศเม็กซิโก อิสราเอล คอสตาริกา แอฟริกาใต้ แล้วก็ ประเทศโปรตุเกส

เสาวรสในประเทศไทย
สำหรับเสาวรสในประเทศไทย พวกเราพบว่ามีการปลูกเสาวรสอยู่ 3 สายพันธุ์หมายถึงเสาวรสประเภทสีม่วง เสาวรสพันธ์สีเหลือง แล้วก็ เสาวรสพันธ์ผสม สำหรับพันธ์สีม่วง เปลือกสีม่วง เนื้อในสีเหลืองอมหวาน แม้กระนั้นไม่ค่อยทนโรคในเขตร้อน เสารสชนิดสีเหลือง หรือ เสาวรสสีทองคำ เป็นสายพันธ์ที่นิยมนำมาปลูกในเขตร้อน ผลแก่สีเหลือง รสเปรี้ยวมากมาย ส่วนเสาวรสลูกผสม ผลสุกเป็นสีม่วงอมแดง รสเปรี้ยวจัด และก็ กลิ่นฉุน

รูปแบบของต้นเสาวรส
สำหรับต้นเสาวรส ไม้เลื้อย สามารถขยายพันธ์ โดยการปักชำและก็การทิ่มยอด รูปแบบของต้นเสาวรส มีดังนี้

ลำต้นเสาวรส ลำต้นเป็นเถา ไม้เลื้อย มีหนามขนาดเล็ก เถาแตกมือเกาะรอบๆซอกใบ
ใบเสาวรส เป็นใบโดดเดี่ยว ใบมีสีเขียว ปลายแฉกแหลม ใบครึ้ม และก็ สากมือ
ดอกเสาวรส เป็นดอกโดดเดี่ยว มีดอกตามซอกใบและก็เถา ดอกสีเขียว ภายในสีขาว ดอกมีกลิ่นหอมหวนอ่อนๆ
ผลเสาวรส สำเร็จผู้เดียว ทรงกลม อวบน้ำ สีเปลือกไม่เหมือนกันตามแต่ละสายพันธุ์
เม็ดเสาวรส ลักษณะรี เม็ดข้างในสีดำ เยื่อห่อเม็ดมีรสเปรี้ยวจัด เม็ดของเสาวรส เป็นส่วนที่ประยุกต์ใช้ผลดีทำน้ำผลไม้บริโภค
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของเสาวรส

ในเสาวรสมี ไลวัวพีนในชั้นเพอริคาร์บ ผลเสาวรสสุก มีเบตา-แคโรทีน โพแทสเซียมแล้วก็ใยอาหารสูง ส่วนน้ำเสาวรส ให้วิตามินซีสูง ผลเสารสสีม่วง นิยมบริโภคสด

คุณประโยชน์ของเสาวรส
สำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์จากเสาวรสเพื่อการบำรุงร่างกายและก็การดูแลรักษาโรค สามารถประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ได้ ตั้งแต่ ยอด ราก ใบ ผล ซึ่งเนื้อหาของ คุณประโยชน์ของเสาวรส มีดังนี้

ยอดของเสาวรส เอามากินเป็นผัดสด สามารนำไปทำแกง หรือลวก ทากับน้ำจิ้ม แก่นไม้ของเสาวรส เป็นยาบำรุงธาตุขัน ใช้รักษาแผลได้
รากของเสาวรส ถ้าเอามาต้ม สามารถใช้ รักษาผื่นผื่นคัน และก็กามโรคได้
ใบของเสาวรส ถ้าเกิดเอามาบดละเอียดคั้นน้ำ สามารถทำเป็นยาถ่ายพยาธิได้
ดอกของเสาวรส สามารถใช้แก้ไอ ขับเสลด
ผลของเสาวรส กินเม็ด เอามาคั้นเป็นน้้ำเสาวรส ดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำเสาวรสมีวิตามินเอสูง ช่วยทำนุบำรุงสายตา รวมทั้งบำรุงผิวพรรณ น้ำเสารสมีวิตามินซีสูง คุ้มครองปกป้องโรคเลือดออกตามไรฟัน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ก่อนที่จะถึงเวลาอันควรจะ สามารถกำจัดพิษในเลือด บำรุงไต รักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ สามารถลดไขมันในเลือดได้
สำหรับประโยช์จากเสาวรสรวมทั้งคุณประโยชน์ของเสาวรสนั้นก็มีมากหลายข้อ เนื่องจากว่าเสาวรสอุดมไปด้วยวิตามินรวมทั้งแร่ธาตุรวมอยู่หลายอย่าง ซึ่งตัวอย่างเช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก ธาตุแมกนีเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุโพแทสเซียม ธาตุสังกะสี แล้วก็คาร์โบไฮเดรต โดยยังมีของฟรีมันก็คือใยอาหารในจำนวนสูงรวมอยู่ด้วย ซึ่งนิยมเอามากินคือผลไม้สด โดยเสาวรสที่ลักษณะดีนั้นจำเป็นต้องไม่เหี่ยวเฉา ผิวจำต้องเต่งตึง

โทษของเสาวรส
ห้ามกินในส่วนของต้นสดเสารสอร่อยขาด เหตุเพราะ ต้นเสาวรสมีพิษอันตราย อาจจะก่อให้เสียชีวิตได้…

Read More
Denny กันยายน 13, 2020

ดอกโสน  มีสรรพคุณ แก้พิษร้อน ลดไข้ เป็นยาสมานลำไส้ แก้อาการปวด

ต้นโสน ดอกโสน ดอกไม้ประจำจังหวัดอยุธยา ผักฮองแฮง โสนกินดอกเบี้ย โสนหิน คุณประโยชน์ของโสน แก้ร้อนใน ขับเยี่ยว รักษาแผล ลดไข้ แก้เจ็บท้อง แก้พิษแมลงกัดต่อย ดอกโสน นิยมเอามาทำกับข้าว ได้แก่ ไข่เจียวดอกโสน ข้าวเหนียวดอกโสน

โสน ดอกไม้ประจำจังหวัดอยุธยา โสน อ่านออกเสียงว่า สะ-โหน ภาษาอังกฤษ เรียก Sesbania มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sesbania javanica Miq ชื่ออื่นๆของโสน ได้แก่ ผักฮองแฮง โสนกินดอกเบี้ย โสนหิน โสนดอกเหลือง สี่ปรีหลา คุณประโยชน์ของโสน ช่วยแก้ร้อนใน ขับฉี่ รักษาแผล ลดไข้ แก้เจ็บท้อง แก้พิษจากแมลงกัดต่อย ถิ่นเกิดของต้นโสนเป็นทวีปแอฟริกา และก็ ทวีปเอเชีย รวมทั้ง ประเทศในแถบเอเซียอาคเนย์ รวมทั้งเมืองไทยด้วย

สายพันธุ์โสนในประเทศไทย
สายพันธ์ต้นโสนจากการเรียนรู้สายพันธ์โสนในประเทศไทย พบว่ามี 4 สายพันธ์หมายถึงโสนแอฟริกัน โสนประเทศอินเดีย โสนหิน และก็ โสนคางคก เนื้อหาของสายพันธ์โสนแต่ละสายพันธ์ มีเนื้อหา ดังต่อไปนี้

โสนแอฟริกัน มีลักษณะเด่นของโสนแอฟริกันเป็นรากมีเงื่อน ลำต้นสูง ฯลฯโสนที่มีบ้านเกิดในทวีปแอฟริกา กรมพัฒนาที่ดินนำเม็ดเข้ามากปลูกทีแรก โดย ดร. สมศรี อรุณินท์ เมื่อปี พุทธศักราช 2526
โสนประเทศอินเดีย ลักษณะรากมีเงื่อน ลำต้นสูง 2-3 เมตร ดอกมีสีเหลือง สามารถมีดอกเมื่อต้นแก่ราวๆ 90 วัน มีถิ่นเกิดในประเทศประเทศอินเดีย
โสนหิน หรือ โสนกินดอกเบี้ย นิยมใช้ยอดอ่อน และก็ดอกมาปรุงอาหารมากยิ่งกว่าโสนทุกประเภท ลำต้นสูงราว 4 เมตร
โสนคางคก นิยมใช้ประโยชน์จากไม้โสน ไม้โสนเอามาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นอุปกรณ์จากธรรมชาติซึ่งสามารถสร้างอาชีพเสริมกับราษฎรในเขตแดน

รูปแบบของต้นโสน
ต้นโสน เป็นไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก แก่โดยประมาณ 1 ปี โสน เป็น พืชชายน้ำที่ถูกใจเติบโตรอบๆพื้นที่เปียกแฉะ สามารถเจอทั่วๆไปในประเทศไทย พบได้มากริมน้ำคลอง ขอบอ่างเก็บน้ำ หนองน้ำ และก็ พื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเม็ดพันธ์ รูปแบบของต้นโสน มีดังนี้

ลำต้นโสน ความสูงราวๆ 1 เมตร เปลือกลำต้นเรียบ ลำต้นยาว สีเขียว
ใบโสน ลักษณะใบของโสนเป็นรูปรี สีเขียว ใบรวมทั้งท้องใบจะเรียบ ที่โคนของก้านจะมีหนาม
ดอกของโสน รูปแบบของดอกจะออกเป็นช่อ ตามปลายกิ่ง ดอกจะเป็นสีเหลือง โสนจะมีดอกช่วงปลายหน้าฝน
ผลของโสน ออกเป็นฝัก ฝักอ่อนของโสนจะมีสีเขียว เมื่อแก่ไปฝักจะเป็นสีน้ำตาล เม็ดจะเป็นทรงกลม
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของโสน

คุณประโยชน์ของโสน
สำหรับในการใช้ประโยชน์จากโสน ด้านการบำรุงร่างกายแล้วก็การดูแลรักษาโรค พวกเราสามารถนำโสนมาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร อีกทั้ง ดอก ราก ลำต้น ใบ เนื้อหา คุณประโยชน์ของโสน มีดังนี้

ดอกโสน จะมีรสจืดชืด มีคุณประโยชน์ แก้พิษร้อน ลดไข้ เป็นยาสมานไส้ แก้ลักษณะของการปวด ยาทำลายพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
รากโสน จะมีรสจืดชืด มีคุณประโยชน์ แก้ร้อน
ลำต้นโสน จะมีรสจืดชืด คุณประโยชน์ช่วยขับฉี่ โดยเอามาเผาให้ไหม้ หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำดื่ม
ใบของโสน มีรสจืดชืด คุณประโยชน์ รักษาแผล โดนนำไปตำแล้วก็พอกแผล หรือ นำใบไปตำผสมกับดินสอพอง ใช้พอกแผลรักษาฝีได้
ประโยชน์ที่ได้รับมาจากต้นโสน

ดอกโสน มีรสออกหวานน้อย นิยมใช้กินเป็นผักหรือประยุกต์ใช้ประกอบหรือประกอบอาหารคาวหวานกิน รายการอาหารดอกโสน ที่นิยมกันมากมาย อย่างเช่น ดอกโสนผัด ดอกโสนผัดน้ำมันหอย ดอกโสนผัดไข่ ไข่เจียวดอกโสน ดอกโสนลวกจิ้มกับน้ำพริกกะปิรับประทานกับปลาทู ดอกโสนจิ้มน้ำพริกมะนาว ดอกโสนชุบแป้งทอดกรอบรับประทานกับขนมจีนน้ำพริก ยำดอกโสน ดอกโสนดองน้ำเกลือ แกงส้มดอกโสนกับปลาช่อน ดอกโสนแกงใส่ไข่มดแดง หรือแกงเผ็ดอะไรก็ได้ใส่ดอกโสน แต่ว่าถ้าหากใช้เข้าครัวหวานก็จะมีข้าวเหนียวมูนดอกโสน ของหวานดอกโสน ของหวานขี้หนู ขนมบัวลอย ฯลฯ
จากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่ศึกษาค้นพบว่า ดอกโสนมีสารเควอเซทิน ไกลโคไซด์ (Quercetin 3-2 (G)-rhamnosylrutinoside) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญและก็เป็นสารฟลาโวนอยด์ที่สำคัญ โดยมีฤทธิ์ต่อต้านการก่อกลายชนิดในเซลล์เพาะเลี้ยงในห้องแลป จากการเล่าเรียนฤทธิ์ทางชีวภาพของสารจำพวกนี้พบว่า เควอเซทินมีฤทธิ์กระตุ้นให้เซลล์ของมะเร็งตายด้วยขั้นตอนอะพ็อปโทสิส (apoptosis) ช่วยระงับการแบ่งตัวของเซลล์ของมะเร็ง ช่วยยับยั้งการอักเสบ แล้วก็ช่วยคุ้มครองปกป้องอันตรายของเซลล์ธรรมดาต่อความตึงเครียดจากกรรมวิธีต่อต้านอนุมูลอิสระ
ยิ่งกว่านั้นยังประยุกต์ใช้แต่งสีของกินได้อีกด้วย โดยจะให้สีเหลือง ซึ่งเป็นสารแคโรทีนอยด์ (caiotenoid) โดยกรรมวิธีตระเตรียมสีเหลืองจากดอกโสน ก็ให้นำดอกโสนสดที่ล้างสะอาดแล้วมาบดหรือบดผสมกับแป้งที่จะใช้ทำของหวาน จะก่อให้ได้แป้งสีเหลืองที่มีกลิ่นหอมยวนใจ แล้วหลังจากนั้นก็ให้นำแป้งที่ได้ไปใช้ทำของหวานต่างๆ
แก่นไม้ของต้นโสนสามารถประยุกต์ใช้ผลดีในด้านอุตสาหกรรมได้หลายสิ่งหลายอย่าง โดยไม้โสนจะใช้ทำเป็นของเด็กเล่นมาตั้งแต่โบราณ ส่วนเยื่อไม้ที่มีลักษณะค่อย บาง และก็เหนียว ก็เอามาประดิษฐ์ทำเป็นดอกไม้ได้ละเอียดลออรวมทั้งงาม
ไม้โสนยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นทุ่นหรือเชื้อติดไฟก้าวหน้า
ในขณะนี้ได้มีการนำใบรวมทั้งดอกโสนมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยเป็นผลิตภัณฑ์ 2 ประเภทหมายถึงชาดอกโสน และก็ชาจากยอดใบโสน เพราะเหตุว่าดอกโสนมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายประเภท เมื่อเอามาทำชา ก็ได้ชาที่มีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆให้รสนุ่ม โดยสามารถทำเองได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยตัวเอง…

Read More
Denny กันยายน 12, 2020

คำฝอย  สรรพคุณช่วยขับประจำเดือน บำรุงโลหิต

ต้น คำฝอย ( Safflower ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของคำฝอยเป็นCarthamus tinetorius L. ต้นคำฝอยมีชื่อเรียกอื่นๆดังเช่นว่า ดอกคำ คำยอง คำยุง คำหยุยงม ฯลฯ ต้นคำฝอย มีถิ่นเกิดในแถบตะวันออกกลาง เดี๋ยวนี้คำฝอยมีการปลูกอย่างล้นหลามในประเทศประเทศอินเดีย แม็กสิโก เอธิโอเปีย แล้วก็ ประเทศสหรัฐอเมริกา ดอกคำฝอยจากอินเดียเอามาสร้างน้ำมันพืช ส่วนเมืองจีน นิยมนำดอกคำฝอยไปใช้ประโยชน์ทางการรักษาโรค

ดอกคำฝอยในประเทศไทย
เมืองไทย แหล่งปลูกต้นคำฝอย อยู่ในภาคเหนือ ซึ่งแหล่งผลิตคำฝอยที่สำคัญหมายถึงอำเภอพร้าว อำเภอจอมทองคำ จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้ง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ดอกคำฝอยสามารถใช้ประโยชน์ได้นานาประการ ดังเช่น ใช้ทำสีผสมอาหาร ให้สีส้ม ทำชา เอามาผสมเนยแข็ง ฯลฯ

รูปแบบของต้นคำฝอย
ต้นคำฝอย เป็นไม้ล้มลุก อายุสั้น ทนต่อสะภาพอากาศแห้ง ซึ่งต้นคำฝอยเจริญวัยเจริญในพื้นที่ระดับความสูงต่ำลงยิ่งกว่า 1,000 เมตร ถูกใจดินร่วนซุยคละเคล้าทราย ที่ระบายน้ำก้าวหน้า รูปแบบของต้นคำฝอย มีดังนี้

ลำต้นคำฝอย ความสูงโดยประมาณ 40 ถึง 130 ซม. ลักษณะลำต้นเป็นสัน แตกกิ่งก้านสาขาเยอะแยะ
ใบคำฝอย ลักษณะเป็นใบโดดเดี่ยว ออกเรียงสลับตามกิ่ง รูปแบบของใบรี ปลายใยแหลม ขอบของใบหยักเหมือนฟันเลื่อย
ดอกคำฝอย ลักษณะดอกเป็นช่อ ออกรวมกัยแออัดคับแคบแน่นรอบๆปลายยอด กลีบสีเหลือง รวมทั้ง จะกลายเป็นสีส้ม มีกลีบดอกไม้แข็งเป็นหนามรองรับช่อดอก
ผลคำฝอย รุ่งโรจน์เติบดตจากดอกคำฝอย รูปแบบของผลเหมือนรูปไข่ สีขาว ผลได้ผลสำเร็จแห้ง ข้างในผลเม็ดเป็นสามเหลี่ยม ยาวรี เปลือกเม็ดแข็ง สีขาว ขนาดเล็ก
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของคำฝอย

ในการใช้ประโยชน์จากคำฝอย จะใช้ประโยชน์จากเม็ดและก็ดอก ซึ่งผู้รู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการโภชนาการได้ศึกษาวิจัยคุณประโยชน์ของเม็ดรวมทั้งดอกของคำฝอย ในเม็ดของคำฝอย มีน้ำมันสูงถึงปริมาณร้อยละ 35 มีสารอาหารต่างๆมี โปรตีนปริมาณร้อยละ 17 กรดโอเลอิกร้อยละ 10 กรดลิโนเลอิก ปริมาณร้อยละ 60

ดอกคำฝอย ขนาด 100 กรัม มีน้ำมันปริมาณร้อยละ 0.83 รวมทั้งมีสารอาหารและก็สารเคมีสำคัญ มี โปรตีนจำนวนร้อยละ 5 กากใยอาหารจำนวนร้อยละ 10.4 ธาตุแคลเซียม 530 มก. ธาตุแมกนีเซียม 287 มก. ธาตุเหล็ก 7.3 มก. สารคาร์ทามีดีน ( carthamidine ) ให้สีเหลือง แล้วก็ สารคาร์ทามีน ( carthamine ) ให้สีแดง

น้ำมันจากดอกคำฝอย มีสารต่างๆมี กรดไขมันไลโนเลอิก กรดโอเลอิก กรดขว้างลมิตำหนิก กรดสเตียริก แล้วก็ กรดไขมันประเภทอื่นๆอีกหลายประเภท

คุณประโยชน์ของคำฝอย
สำหรับคำฝอย สามารถประยุกต์ใช้ผลดีด้านการบำรุงร่างกายรวมทั้งรักษาโรค จาก ดอกคำฝอย อีกทั้งดอกสดรวมทั้งดอกแก่ เกสรดอกคำฝอย และก็ เม็ดคำฝอย โดย คุณประโยชน์ของคำฝอย มีเนื้อหา ดังต่อไปนี้
เม็ดของดอกคำฝอย คุณประโยชน์ช่วยขับเสลด รักษาโรคผิวหนัง แก้อาการบวม แก้อาการอักเสบ
เกสรของดอกคำฝอย คุณประโยชน์ช่วยขับรอบเดือน บำรุงเลือด
ดอกคำฝอย คุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงเลือด บำรุงระบบประสาท บำรุงหัวใจ ขับระดู ลดไขมันในเส้นโลหิต ช่วยคุ้มครองไขมันตันในเส้นโลหิต
ดอกคำฝอยแก่ นิยมเอามาชงเป็นชา นำกลีบแห้งชงกับน้ำร้อนดื่ม คุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงระบบประสาท บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ ขับรอบเดือน ลดไขมันในเส้นโลหิต ช่วยปกป้องไขมันตันในเส้นโลหิต
โทษของคำฝอย

สำหรับในการใช้ประโยชน์จากคำฝอย จำต้องใช้ในจำนวนที่สมควร โดยคำข้อเสนอแนะข้อควรคำนึง สำหรับเพื่อการใช้ประโยชน์จากคำฝอย มีดังนี้
การกินสมุนไพรจากดอกคำฝอยมากจนเกินไป อาจจะทำให้โลหิตจาง ทำให้หมดแรง เหน็ดเหนื่อยง่าย เวียนหัว
สำหรับสตรีท้อง ไม่สมควรใช้สมุนไพรดอกคำฝอย เนื่องจากว่า ดอกคำฝอยมีฤทธิ์ช่วยขับเมนส์ ถ้าหากกินในจำนวนมากเหลือเกิน อาจจะก่อให้แท้งลูกได้…

Read More
Denny กันยายน 12, 2020

มะระ  สรรพคุณช่วยทำให้ร่างกายเย็น ลดความร้อนในร่างกาย แก้ปวดท้อง

ต้น มะระ ภาษาอังกฤษ เรียก Bitter melon ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์ของมะระหมายถึงMomordica charantia L. และก็ ชื่อเรียกอื่นๆของต้นมะระไม่เหมือนกันออกไปตามแต่ละเขตแดน ดังเช่นว่า ผักเหย ผักไห มะร้อยรู มะห่อย มะไห่ สุพะซู สุพะเด ฯลฯ

มะระขึ้นชื่อในเรื่องของความขม ความขมของมะระมาจากสาร Momodicine ซึ่งสารจำพวกนี้ มีประโยชน์ซึ่งสามารถนำมาช่วยกระตุ้นความรู้สึกต้องการทานอาหาร ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และก็เป็นยาระบายอ่อนๆแม้กระนั้นการกินมะระไม่สมควรกินมะระสุก เพราะว่าอาจจะทำให้อ้วกได้ มะระอยู่คู่กับสังคมและก็ครอบครัวของแคว้นไทยมาอย่างนาน เป็นพืชตระกูลเดียวกับ ฟัก แตงร้านรวมทั้งบวบ นิยมนำผลดิบมารับประทานเป็นของกิน มากมาย ดังเช่นว่า แกงจืดมะระหมูบด ทานเป็นผักสดกับน้ำพริก ฯลฯ

มะระในประเทศไทย
สำหรับเมืองไทย มะระเป็นพืชเขตแดนทั่วๆไป นิยมนำมาปลูกตามรั่วบ้าน เอามาปรุงอาหาร โดยนิยมกิน ผลมะระ แล้วก็ ยอดอ่อนมะระ มะระปลูกมากมายในภาคเหนือ แม้กระนั้นก็สามารถพบได้มากในทุกภูมิภาคของเมืองไทย ซึ่งมะระที่นิยมนำมาปลูกในประเทศไทย มีอยู่ 2 สายพันธ์เป็นมะระขี้นก และก็ มะระจีน เนื้อหาของมะระแต่ละสายพันธ์ มีดังนี้

มะระขี้นก ผลขนาดเล็ก ให้รสขมมากมาย นิยมเอามากินผลมะระขี้นกเป็นผักสด
มะระจีน ผลขนาดใหญ่ สีเขียว ผิวเรียบวาวลักษณะผิวเป็นร่องไม่เรียบ ให้เนื้อผลมากมาย นิยมเอามาทำครัวมากมายเมนูอาหาร ดังเช่น แกงจืด ผัดมะระ รวมทั้งกินผลเป็นผักสด
รูปแบบของต้นมะระ

ต้นมะระ เป็นไม้ล้มลุก ลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อย เครือญาติเดียวกับแตงร้าน อายุของมะระเพียงแต่หนึ่งปี สามารถแพร่พันธุ์ โดยการเพาระเม็ดพันธ์ รูปแบบของต้นมะระมีดังนี้
ลำต้นของมะระ ลักษณะเป็นเถา ลำต้นกลม สีเขียว มีขนอ่อนๆลำต้นมะระจะเกาะตามหลัก ต้นไม้หรือเสา โดยมีรากออกมาตามข้อของลำต้นช่วยสำหรับเพื่อการเกาะจับหลัก
ใบของมะระ เป็นใบลำพัง สีเขียว ลักษณะใบหยาบคายมีขนอร่อยๆใบเป็นแฉกเว้าลึก 5 แฉก โคนใบกลม ก้านใบยาว
ดอกของมะระ มีดอกเป็นช่อ ลักษณะดอกลำพังมีดอกตามซอกใบ กลีบเป็นสีเหลือง ทรงดอกเหมือนรูประฆัง
ผลของมะระ ลักษณะยาวรี ผิวเปลือกบาง เรียบ ลักษณะผลเป็นผิวขลุกขละ เป็นหลุมเป็นร่องยาว ผลมีเนื้อครึ้ม ชุ่มฉ่ำน้ำ ผลดิบมีสีเขียว ส่วนผลสุกจะมีสีแดง
เม็ดมะระ อยู่ในผลมะระ มีเม็ดจพนวนมากมายในผลมะระ ลักษณะเม็ดจะแบนรี ปลายเม็ดแหลมทั้งคู่ด้าน
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของมะระ

มะระมีสารฟีนอลหลายประเภท เป็นต้นว่า กรดเอ็งลลิก ( Gallic Acid ) กรดคาเฟอิก ( Caffeic Acid ) และก็ติดอยู่เทเคยชิน ( Catechin ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องจุดด่างดำตามผิวหนังได้

ผลมะระจีน มีสารสำคัญหลายอย่าง เป็นต้นว่า แคแรนทิน ( charantin ) โพลีเปปไทด์ พี ( p-insulin ) แล้วก็ วิสิน ( vicine ) ซึ่งมีฤทธิ์ลดปริมาณของน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด

รสขมของมะระ มาจากสารเคมี ที่มีชื่อว่า Momodicine สารประเภทนี้ มีประโยชน์ซึ่งนำมาช่วยกระตุ้นความรู้สึกทำให้ต้องการรับประทานอาหาร ช่วยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะปฏิบัติงานได้มีคุณภาพ เป็นยาระบายอย่างอ่อนๆ

คุณประโยชน์ของมะระ
สำหรับในการใช้ประโยชน์จากมะระ ด้านการดูแลรักษาโรครวมทั้งการบำรุงร่างกาย สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ผลมะระ เถามระร เม็ดมะระ รากมะระ ใบมะระ คุณประโยชน์ของมะระ มีดังนี้

รากของมะระ คุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงร่างการ ช่วยรักษาแผล แก้ริดสีดวงทวาร รักษาโรคกระเพาะอักเสบ แก้ลักษณะของการปวดท้อง
เถาของมะระ คุณประโยชน์ช่วยให้ร่างกายเย็น ลดความร้อนภายในร่างกาย แก้เจ็บท้อง
เม็ดของมะระ คุณประโยชน์ช่วยขับพยาธิตัวกลม ช่วยทำให้สมดุลของธาตุภายในร่างกาย
ใบสดของมะระ คุณประโยชน์ช่วยห้ามเลือด บำรุงเลือด เป็นยาระบายอ่อน ช่วยเจริญอาหาร แก้อยากดื่มน้ำ ช่วยรักษาหวัด รักษาแผลในกระเพาะ ลดอาการฟกช้ำดำเขียว แก้ผื่นผื่นคัน
ใบแห้งของมะระ คุณประโยชน์ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับลม
ผลสดของมะระ คุณประโยชน์ลดปริมาณน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด รักษาโรคเบาหวาน ปกป้องโรคมะเร็ง บำรุงสายตา บำรุงกระดูกรวมทั้งฟัน ช่วยขับเสลด เป็นยาระบายอ่อน บำรุงน้ำดี แก้ปากเปื่อยยุ่ย
ผลแห้งของมะระ คุณประโยชน์รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล แก้คัน
ผลสุกของมะระ คุณประโยชน์ช่วยรักษาสิว
โทษของมะระ

สำหรับในการกินมะระเป็นของกิน ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย แม้กระนั้นการกินหรือใช้มะระเป็นยารักษาโรค มีข้อควรไตร่ตรองสำหรับการใช้ประโยชน์ได้ ดังต่อไปนี้
ผลสุกมะระ มีสารซาโปนิน ( Saponin ) มีความเป็นพิษต่อสภาพร่างกาย ทำให้มีการเกิดอาการอ้วกอ้วก เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกาย
มะระมีคุณประโยชน์ช่วยลดปริมาณของน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่กินยาลดน้ำตาลที่อยู่ในเลือด ร่วมกับกินผลมะระอย่างสม่ำเสมอ อาจก่อให้ร่างกายเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำตาล ซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย
สตรีท้องไม่สมควรกินมะระ เนื่องสารเคมีในผลหรือเม็ด อาจส่งผลให้มีเลือดไหลระหว่างมีท้อง ซึ่งอาจจะทำให้แท้งได้
แนวทางในการเลือกซื้อมะระ

แนวทางในการเลือกซื้อมะระที่ให้ความขมไม่มากมาย ควรที่จะทำการเลือกผลที่มีสีเขียวอ่อน เจ้าเนื้อ รวมทั้งมีลายห่างๆด้วยเหตุว่า จะขมน้อยกว่าผลที่มีสีเขียวเข้มแล้วก็ลายถี่ รวมทั้งก่อนนำมะระไปประกอบอาหาร ให้ผ่าแล้วเอาเม็ดรวมทั้งไส้ในออกจนถึงหมด หลังจากนั้นหั่นแล้วก็ค่อยนำไปแช่น้ำเกลือครู่หนึ่ง จะช่วยทำให้มะระลดความขมลงได้…

Read More
Denny กันยายน 12, 2020

อัญชัน  นิยมนำมาทำแชมพูสระผม ดอกอัญชันจะช่วยให้ ผมดกดำ ผมนุ่มสวย

ต้นอัญชัน ( Butterfly pea) ชื่อวิทยาศาสตร์ของอัญชันเป็นClitore ternatea Linn พืชสมุนไพร ผลดีและก็สรรพคุณของอัญชัน ขับฉี่ ดูแลรักษาผม ยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ คลื่นไส้ บำรุงความสวยสดงดงาม ทำเครื่องสำอางค์ สีผสมอาหาร สีม่วง ดอกอัญชัน สรรพคุณชั้นยอด บำรุงสายตา และก็ช่วยทำให้ผมดกดำ มาทำความรู้จักกับอัญชันกันให้เพิ่มมากขึ้น ประโยชน์ที่ได้รับมาจากดอกอัญชันมีอะไรบ้าง

ต้นอัญชัน เป็นผัก สมุนไพรประเภทไม้เลื้อย มีถิ่นเกิดในแถบเอเชีย เขตร้อน แล้วก็มีการแพร่พันธ์ไปในแอฟริกา ออสเตรเลีย รวมทั้งอเมริกา อัญชัน มีคุณประโยชน์หลายด้าน สรรพคุณของอัญชัน ใช้ขับฉี่ บำรุงเส้นผม และก็เป็นยาระบายอ่อนๆแก้อาการคลื้นไส้ อ้วก ใช้บำรุงความสวยสดงดงาม ใช้ทำเครื่องสำอางค์ ให้สีผสมอาหาร สีม่วง ดอกไม้สีม่วง ที่ประโยชน์หลากหลาย

อัญชัน สมุนไพร ดอกอัญชัน ประโยชน์ของอัญชัน
อัญชัญ ภาษาอังกฤษ เรียก Butterfly pea ชื่อวิทยาศาสตร์ ของอัญชัน เรียก Clitore ternatea Linn ชื่ออื่นๆของอัญชัน ตัวอย่างเช่น แดงชัน เอื้องชัน เองชัญ ชื่อเรียกของอัญชัญจะเรียกแตกต่างตามแต่ละเขตแดน อัญชันในวรรณคดี ในแต่ก่อนหญิงสาวมักนำอัญชันมาเขียนขนคิ้วให้ดำขำ ซึ่ง นิราศห้วยโศก และก็ มหาชาติคำหลวง

ลักษณะของต้นอัญชัน
อัญชัน เป็น ไม้เลื้อย สามารถปลูกตามรั้วบ้าน หรือปลูกเป็นซุ้ม สวย ลำต้นของอัญชันจะมีขนนุ่ม ส่วนใบของอัญชัญจะเป็นช่อ ลักษณะใบจะเป็นรูปไข่ อัญชันที่เจอมีอยู่ 2 จำพวกหมายถึงจำพวกอัญชันดอกขาวกับอัญชันดอกสีน้ำเงิน และก็จำพวกชนิดทาง อัญชัญประเภทนี้จะมีสีม่วง ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่างสีขาวกับสีน้ำเงิน

ลำต้น อัญชันเป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุสั้น ใช้ยอดเลื้อยพัน ลำต้นมีขนปกคลุม
ใบอัญชัน ใบประกอบแบบขน เรียงตรงกันข้ามยาว 6-12 ซม. มีใบย่อยรูปไข่ 5-7ใบ กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบข้างล่างมีขนดกปกคลุม
ดอกอัญชัน ดอกสีขาว ฟ้า แล้วก็ม่วง ดอกออกผู้เดียวๆทรงเหมือนฝาหอยเชลล์ออกเป็นคู่ตามซอกใบ กลีบ 5 กลีบ ดอกบานเต็มกำลังยาว 2.5-3.5 ซม.กลีบปกคลุมรูปกลม ปลายเว้าเป็นแอ่ง กึ่งกลางมีสีเหลือง มีอีกทั้งดอกซ้อนและก็ดอกลา ดอกชั้นเดี่ยวกลีบขั้นนอกมีขนาดใหญ่กึ่งกลางกลีบสีเหลือง ส่วนกลีบชั้นในขนาดเล็กแต่ว่าดอกซ้อนกลีบดอกมีขนาดเสมอกัน ซ้อนเวียนเป็นเกลียว มีดอกเกือบจะทั้งปี
ผลอัญชัน ผลแห้งแตก เป็นฝักแบน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. เม็ดรูปไต สีดำ มี 5-10 เม็ด
คุณประโยชน์ของอัญชัน

อัญชัญสามารถเอามาทำเครื่องแต่งตัวรวมทั้งนำมาทำเป็นยา นิยมนำดอก เม็ด และก็รากมาใช้ประโยชน์
ดอกอัญชัน นิยมเอามาทำแชมพูสระผม ดอกอัญชันจะช่วยให้ ผมดกดำ ผมนุ่มงาม ดอกอัญชันเอามาคั้นให้สีม่วง สำหรับเพื่อการทำสีผสมอาหาร นิยมเอามาผสมขนมไทย อย่างเช่น ขนมช่อม่วง ของหวานเรไร ของหวานขี้หนู ของหวานน้ำดอกไม้ เอามาทำน้ำอัญชัน
เม็ดของอัญชัญ มีสรรพคุณเป็นยาระบาย แก้อาการคลื้นไส้ คลื่นไส้
รากของอัญชัญ มีรสขม ประยุกต์ใช้เป็นยาขับฉี่ และก็ทำยาระบาย แก้อาการปวดฟัน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการเห็นให้ดีขึ้น
ใบของอัญชัน ช่วยขับฉี่ ช่วยบำรุงรักษาสายตาแล้วก็อาการตาเฉอะแฉะได้
ข้อควรคำนึงสำหรับในการบริโภคอัญชัน

ดอกอัญชัน ถ้าหากบริโภคมากเกิน จะก่อให้ไตทำงานมากขึ้น เพราะไตจะต้องกระทำขับสารสีของอัญชันออก แล้วก็คนไข้ที่มีภาวการณ์โลหิตจาง ไม่สมควรจะกินอัญชัน เนื่องจากว่าดอกอัญชันมีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด จะเป็นโทษต่อคนไข้โลหิตจาง และไม่ควรจะกินน้ำสมุนไพรอัญชันในขณะอุณหภูมิร้อนมาก เพราะอาจจะทำให้เยื่อบุผิวหลอดของกินเสียภาวะภูมิคุ้มกันได้ ทำให้ดูดซึมสารก่อโรคมะเร็งได้ง่าย

คำแนะนำสำหรับการใช้ประโยชน์ของอัญชัน
ควรจะดื่มโดยทันทีเมื่อทำเสร็จ เพื่อรักษาคุณค่าทางสารอาหารแล้วก็ยา
ไม่สมควรกินน้ำสมุนไพรในอุณหภูมิที่ร้อนจัด หรือมีอุณหภูมิเกิน 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป เพราะเหตุว่าอาจทำให้เยื่อบุผิวหลอดของกินเสียภาวะภูมิต้านทานได้ ทำให้ดูดซึมสารก่อมะเร็งและก็สารอื่นๆได้ง่าย
ไม่สมควรกินน้ำสมุนไพรใดๆก็ตามชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งบางครั้งก็อาจจะเป็นผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลในด้านที่ดี
ถึงแม้ดอกอัญชันจะเป็นสมุนไพรชั้นยอดเยี่ยม แต่ว่าก็มีโทษ ถ้าบริโภคมากจนเกินไป ไม่เสนอแนะให้กินน้ำอัญชันสีแก่เกินความจำเป็น เนื่องจากว่าจะก่อให้ไตทำงานมาก ผู้เจ็บป่วยโรคโลหิตจางก็ไม่สมควรกินน้ำอัญชัน หรือ ของกินจากดอกอัญชัน เนื่องจากในดอกอัญชันมีฤทธิ์ละลายลิ่มเลือด บางทีอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย…

Read More
Denny กันยายน 11, 2020

ฝรั่ง  เป็นยาล้างแผล ดูดหนอง และถอนพิษบาดแผล

ต้น ฝรั่ง เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง ที่ชาวไทยรู้จักกันดี ภาษาอังกฤษ เรียก Guava มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า psidium guajawa L มีชื่อเรียก อื่นๆได้แก่ จุ่มโป มะแกว มะกา มะมั่น มะปุ่น มะก้วย สีดา ชมพู่ ฝรั่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากึ่งกลาง คาดว่าเข้าสู่ประเทศไทยโดย พ่อค้าชาวโปรตุๆเกตและก็สเปน

พันธุ์ของฝรั่งที่นิยมกินใหม่ๆเป็นชนิดที่นิยมปลูกเพื่อการค้าขาย นั้น มี 5 พันธ์ โดยเนื้อหา มีดังนี้
เวียดนาม ลูกใหญ่กว่าพื้นเมือง ถึง 2 – 3 เท่า ถูกนำเข้าจากเวียดนามมาปลูกที่อำเภอสามพรานเมื่อ พุทธศักราช 2521– 2523
กิมจู เป็นฝรั่งไม่มีเมล็ด สีนวลงาม รสหวานกลมกล่อม กรอบ
กลมสาลี่ เป็นพันธ์แรกๆที่นิยมปลูกกันมาก ถัดมามีพันธ์แป้นสีทองคำเข้ามา ก็เลยปลูกลดลงเรื่อย
แป้นสีทองคำ ปลูกสูงที่สุดในประเทศไทย ผลเมื่อโตสุดกำลังจะขาว ฟู กรอบ เริ่มต้นปลูกที่อำเภอสามพราน ตอนหลังได้แพร่ไปทั่ว
ไม่มีเมล็ด ลักษณะลูกยาวๆไร้เมล็ด รสด้อยกว่าแป้นสีทองคำ รวมทั้งกิมจู
ค่าทางโภชนาการของ

สรรพคุณของ
พวกเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร ตั้งแต่ ใบ ผล ราก เนื้อหา ดังต่อไปนี้
ใบของ ใช้ในการ แก้ท้องเดิน แก้ท้องเดิน แก้ท้องเสีย ใช้ห้ามเลือดในแผลสด ยับยั้งกลิ่นปาก รักษาฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนอง และก็ถอนพิษรอยแผล บรเทาอาการเหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวด
ผลอ่อนของ ใช้ในการแก้ท้องร่วง แก้ท้องเดิน แก้ท้องเสีย หยุดกลิ่นปาก รักษาอาการบิด รักษาอาการเลือดไหลตามไรฟัน บำรุงเหงือกแล้วก็ฟัน บำรุงผิวพรรณ
ผลสุก สามารถใช้เป็นยาระบายก้าวหน้า
รากของสามารถใช้ รักษาฝี รักษาแผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล
วิธีทำน้ำ

 

เริ่มจากการคัดเลือกเเลือกผล ที่ใหม่ๆก่อน การสังเกตุผลที่สด มองจากผลแข็ง ไม่นุ่ม นำผลมาหั่นเป็นชิ้น เอาเม็ดออก ต่อจากนั้นให้เตรียมน้ำเชื่อมโดย
การเตรียมน้ำเชื่อม ให้นำน้ำที่สะอาดต้มสุก ใส่น้ำตาล รวมทั้ง เกลือลงไปต้ม ให้ได้รสหวานแบบกลมกล่อม
เมื่อพวกเราได้น้ำเชื่อมรวมทั้งเนื้อแล้ว ก็เริ่ม โดยการ นำเนื้อมาใส่น้ำพอเพียงท่วมเนื้อ แล้วก็ ปั่นให้รอบคอบ พวกเราจะได้น้ำ หลังจากนั้น ให้ทำกรองน้ำ พวกเราจะได้น้ำสีเขียวของ
นำน้ำมาแต่งรสกับน้ำเชื่อม ซึ่งขั้นตอนนี้ ความหวานของน้ำเชื่อมให้ใส่ได้ตามใจคนกินได้เลย
จากนั้นให้นำน้ำ ที่พวกเราแต่งรสเอาไว้แล้ว แช่เย็น เมื่อน้ำเย็นได้ที่ก็พร้อมสำหรับเอามาดื่มให้ความสดชื่นต่อสุขภาพ…

Read More