หมวดหมู่: สมุนไพรไทย

Denny กันยายน 11, 2020

ฝรั่ง  เป็นยาล้างแผล ดูดหนอง และถอนพิษบาดแผล

ต้น ฝรั่ง เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง ที่ชาวไทยรู้จักกันดี ภาษาอังกฤษ เรียก Guava มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า psidium guajawa L มีชื่อเรียก อื่นๆได้แก่ จุ่มโป มะแกว มะกา มะมั่น มะปุ่น มะก้วย สีดา ชมพู่ ฝรั่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดที่ทวีปอเมริกากึ่งกลาง คาดว่าเข้าสู่ประเทศไทยโดย พ่อค้าชาวโปรตุๆเกตและก็สเปน

พันธุ์ของฝรั่งที่นิยมกินใหม่ๆเป็นชนิดที่นิยมปลูกเพื่อการค้าขาย นั้น มี 5 พันธ์ โดยเนื้อหา มีดังนี้
เวียดนาม ลูกใหญ่กว่าพื้นเมือง ถึง 2 – 3 เท่า ถูกนำเข้าจากเวียดนามมาปลูกที่อำเภอสามพรานเมื่อ พุทธศักราช 2521– 2523
กิมจู เป็นฝรั่งไม่มีเมล็ด สีนวลงาม รสหวานกลมกล่อม กรอบ
กลมสาลี่ เป็นพันธ์แรกๆที่นิยมปลูกกันมาก ถัดมามีพันธ์แป้นสีทองคำเข้ามา ก็เลยปลูกลดลงเรื่อย
แป้นสีทองคำ ปลูกสูงที่สุดในประเทศไทย ผลเมื่อโตสุดกำลังจะขาว ฟู กรอบ เริ่มต้นปลูกที่อำเภอสามพราน ตอนหลังได้แพร่ไปทั่ว
ไม่มีเมล็ด ลักษณะลูกยาวๆไร้เมล็ด รสด้อยกว่าแป้นสีทองคำ รวมทั้งกิมจู
ค่าทางโภชนาการของ

สรรพคุณของ
พวกเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางสมุนไพร ตั้งแต่ ใบ ผล ราก เนื้อหา ดังต่อไปนี้
ใบของ ใช้ในการ แก้ท้องเดิน แก้ท้องเดิน แก้ท้องเสีย ใช้ห้ามเลือดในแผลสด ยับยั้งกลิ่นปาก รักษาฝี เป็นยาล้างแผล ดูดหนอง และก็ถอนพิษรอยแผล บรเทาอาการเหงือกบวม แก้พิษเรื้อรัง แก้ปวด
ผลอ่อนของ ใช้ในการแก้ท้องร่วง แก้ท้องเดิน แก้ท้องเสีย หยุดกลิ่นปาก รักษาอาการบิด รักษาอาการเลือดไหลตามไรฟัน บำรุงเหงือกแล้วก็ฟัน บำรุงผิวพรรณ
ผลสุก สามารถใช้เป็นยาระบายก้าวหน้า
รากของสามารถใช้ รักษาฝี รักษาแผลพุพอง แก้เลือดกำเดาไหล
วิธีทำน้ำ

 

เริ่มจากการคัดเลือกเเลือกผล ที่ใหม่ๆก่อน การสังเกตุผลที่สด มองจากผลแข็ง ไม่นุ่ม นำผลมาหั่นเป็นชิ้น เอาเม็ดออก ต่อจากนั้นให้เตรียมน้ำเชื่อมโดย
การเตรียมน้ำเชื่อม ให้นำน้ำที่สะอาดต้มสุก ใส่น้ำตาล รวมทั้ง เกลือลงไปต้ม ให้ได้รสหวานแบบกลมกล่อม
เมื่อพวกเราได้น้ำเชื่อมรวมทั้งเนื้อแล้ว ก็เริ่ม โดยการ นำเนื้อมาใส่น้ำพอเพียงท่วมเนื้อ แล้วก็ ปั่นให้รอบคอบ พวกเราจะได้น้ำ หลังจากนั้น ให้ทำกรองน้ำ พวกเราจะได้น้ำสีเขียวของ
นำน้ำมาแต่งรสกับน้ำเชื่อม ซึ่งขั้นตอนนี้ ความหวานของน้ำเชื่อมให้ใส่ได้ตามใจคนกินได้เลย
จากนั้นให้นำน้ำ ที่พวกเราแต่งรสเอาไว้แล้ว แช่เย็น เมื่อน้ำเย็นได้ที่ก็พร้อมสำหรับเอามาดื่มให้ความสดชื่นต่อสุขภาพ…

Read More
Denny กันยายน 11, 2020

ใบเตย  สรรพคุณช่วยแก้อาการหน้าท้องเกร็ง แก้ปวดตามข้อและกระดูก

ต้นเตย หรือ เตยหอม ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Pandan leaves เตยมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Pandanus amaryllifolius Roxb. สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของต้นเตย เช่น ยกตัวอย่างเช่น ใบส้มม่า ส้มตะเลงเครง ส้มปู ส้มพอดิบพอดี ผักเก็งเค็ง ฯลฯ จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตามลำต้น พวกเราสามารถนำใบเตยมาใช้ประโยชน์ได้อีกทั้งใบสดแล้วก็ใบแห้ง เป็นพืชที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างนาน

ต้นเตยในประเทศไทย
สำหรับเมืองไทยใบเตยหอม เป็นวัตถุดิบหนึ่งในของกินไทย ใบเตยเป็นเครื่องแต่งกลิ่นแล้วก็สีของของกิน ก็เลยจัดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองไทย ทุกเขตแดนของเมืองไทยจะมีใบเตยขายตามตลาด ปัจจุบันนี้การส่งออกใบเตย มีขายในรูปใบแช่แข็ง ซึ่งส่งออกไปหลายประเทศ อย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ประเทศฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เวียดนาม ประเทศพม่า จีน ศรีลังกา ตลาดใบเตยหอมอยู่ทั่วดลกที่มีชาวไทยอาศัยอยู่

ประเภทของเตย
ตอนนี้ต้นเตยในประเทศไทย สามารถประสบพบเห็นต้นเตยได้ 2 จำพวกเป็นเตยหนาม แล้วก็ เตยไม่มีหนาม ซึ่งเนื้อหาของเตยแต่ละจำพวก มีดังนี้
เตยหนาม หรือ ต้นลำเจียก หรือ เตยสมุทรลำ ไม่นิยมนำใบมาทำครัว แล้วก็นิยมประยุกต์ใช้ทำเครื่องหัตถกรรม ฯลฯเตยที่มีดอก รวมทั้ง ดอกมีกลิ่นหอมหวน
เตยไม่มีหนาม หรือ เตย หรือ เตยหอม นิยมนำใบมาแต่งกลิ่นของกินและก็ให้สีเขียวผสมของกิน รูปแบบของเตยไม่มีหนาม เป็นลำต้นเล็ก ไร้ดอก
รูปแบบของต้นเตย

ต้นเตย เป็นพืชที่เป็นพุ่มไม้ขนาดเล็ก ลักษณะเป็นกอ สามารถขยายพันธ์โดยการแยกกอ และก็ การแตกหน่อ ใบเตยนิยมเอามาทำสีผสมอาหาร ให้สีเขียว รูปแบบของต้นเตย มีดังนี้
ลำต้นเตย ความสูงของลำต้นราว 60 – 100 เซนติเมตร ลักษณะลำต้นกลม เป็นข้อๆลำต้นโผล่ออกมาจากดิน เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ลำต้นแตกรากกิ้งก้านออกเป็นรากค้ำชู
ใบเตย ลักษณะเรียวยาว ปลายใบแหลม ใบผิวเรียบปลายใบแหลม เป็นสีเขียว ใบแตกออกจากข้างๆรอบลำต้น เรียงสลับวนเป็นเกลียว ใบมีกลิ่นหอมสดชื่น
ค่าทางของกินของใบเตย

สำหรับในการกินใบเตย นั้นนิยมเอามาคั้นน้ำเพื่อเพิ่มความหอมแล้วก็สีสันของของกิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการโภชนาการได้เรียนคุณประโยชน์ทางโภชนาการของใบเตยขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงานสูงถึง 35 กิโลแคลอรี่ โดยมีสารอาหารสำคัญมี น้ำ 85.3 กรัม โปรตีน 1.9 กรัม ไขมัน 0.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4.9 กรัม กากใยอาหาร 5.2 กรัม แคลเซียม 124 มก. ธาตุฟอสฟอรัส 27 มก. ธาตุเหล็ก 0.1 มก. เบต้าแคโรทีน 2,987 ไมโครกรัม วิตามินเอ 498 RE ไทอามีน 0.20 มก. ไรโบฟลาวิน 1.2 มก. ไนอาซีน 3 มก. รวมทั้ง วิตามินซี 100 กรัม

น้ำมันหอมระเหยจากใบเตย ประกอบไปด้วยสารสำคัญหลายประเภท มี เบนซิลแอซีเทต ( benzyl acetate ) แอลติดอยู่ลอยด์ ( alkaloid ) ลิที่นาลิลแอซีเทต ( linalyl acetate ) ลิทุ่งนาโลออล ( linalool ) และก็ พบรานิออล ( geraniol ) ซึ่งสารจากน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นหอมสดชื่นหมายถึงคูมาริน ( coumarin ) รวมทั้ง เอทิลวานิลลิน ( ethyl vanillin )

คุณประโยชน์ของเตย
การใช้ผลดีจากเตย ด้านการบำรุงร่างกายแล้วก็การดูแลและรักษาโรค พวกเราสามารถเตยมาสมุนไพร ได้ ตั้งแต่ ราก ลำต้น น้ำมันหอมระเหย แล้วก็ ใบ ซึ่ง คุณประโยชน์ของเตย มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
รากเตย คุณประโยชน์ใช้เป็นยาขับเยี่ยว ลดปริมาณระดับน้ำตาลภายในเลือด
ลำต้นเตย คุณประโยชน์ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ รักษาโรคโรคเบาหวาน ทำให้คอสดชื่น แก้หิวน้ำ ช่วยขับเยี่ยว รักษานิ่วในไต รักษาโรคหนองใน แก้กล้ามหมดแรง
ใบเตย คุณประโยชน์ช่วยลดไข้ บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายชื่นบาน ช่วยเจริญอาหาร แก้ท้องเฟ้อ ลดอาการของกินไม่ย่อย แก้ร้อนใน ช่วยขับเยี่ยว ชูกำลัง แก้โรคผิวหนัง ช่วยลดปริมาณของน้ำตาลซึ่งอยู่ภายในเลือด ลดระดับความดันเลือด ช่วยกระตุ้นให้หัวใจเต้นธรรมดา ช่วยบำรุงรักษาหัวใจ ลดผู้กระทำระหายน้ำ ทำให้เปียกแฉะคอ นิยมเอามาน้ำผสมกับขนมไทยโบราณ ให้เกลิ่นหอมรวมทั้งมีสีเขียว
น้ำมันหอมระเหยจากใบเตย คุณประโยชน์ช่วยแก้อาการท้องเกร็ง แก้ปวดตามข้อรวมทั้งกระดูก ช่วยทำให้บรรเทา ลดอาการดปวดศีรษะ แก้โรคลมชัก ลดลักษณะการเจ็บคอ ลดอาการอักเสบในคอ
โทษของใบเตย

สำหรับในการใช้ประโยชน์จากใบเตย ความหอมของใบเตยมาจากน้ำมันหอมระเหยในใบเตย การบริโภคเตยไม่มีอันตราย มีข้อมูลด้านการแพทย์น้อยมากว่าการบริโภคเตยเกิดอันตราย ซึ่งแม้เอามาต้มจะให้กลิ่นและก็รสที่รู้สึกแจ่มใส แต่ว่า การกินใบแบบใหม่ๆอาจจะก่อให้คลื่นไส้ได้ จะต้องเอามาต้มหรือคั้นน้ำออกมา…

Read More
Denny กันยายน 10, 2020

มังคุด  มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย

มังคุด ( Mangosteen ) ราชินีที่ผลไม้ สมุนไพร นิยมกินผลของมังคุด คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากมังคุด สรรพคุณของมังคุด ช่วยรักษาแผล แก้ท้องร่วง ท้องเดิน ลดอาการอักเสบ ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เปลือกมังคุดเอามาทำเครื่องสำอางค์ได้ ข้อควรระวังสำหรับในการกินมังคุด

ต้นมังคุด ภาษาอังกฤษ เรียก Mangosteen ชื่อวิทยาศาสตร์ของมังคุดหมายถึงGarcinia mangostana Linn. สำหรับชื่อเรียกอื่นของมังคุด ดังเช่นว่า แมงคุด เมงค็อฟ ฯลฯ ซึ่งชื่อเรียกจะเรียกต่างกันตามแต่ละพื้นที่ ต้นมังคุด ผลไม้ สมุนไพร สรรพคุณ ช่วยสมานแผล แก้ท้องเดิน ท้องเดิน ลดอาการอักเสบ ต้านทานเชื้อแบคทีเรีย

มังคุด เป็นพันธุ์พืชไม่ผลัดใบเขตร้อนชนิดหนึ่ง เช้าใจกันว่ามีบ้านเกิดอยู่ที่หมู่เกาะซุนดาแล้วก็หมู่เกาะโมลุกกะ แพร่ชนิดไปสู่หมู่เกาะอินดีสตะวันตกเมื่อราวพุทธศักราชที่ 24 แล้วจึงไปสู่ กัวเตมาลา ฮอนมองรัส ปานามา เอกวาดอร์ ไปจนกระทั่งฮาวาย ในประเทศไทยมีการปลูกมังคุดมานานแล้วด้วยเหมือนกัน เพราะเหตุว่า มีเอ๋ยถึงในพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ในยุครัชกาลที่ 1 นอกนั้น ในรอบๆโรงพยาบาลศิริราชยังเคยเป็นที่ตั้งของวังที่มีชื่อว่า ” วังสวนมังคุด ” ในบันทึกเหตุการณ์ของราชทูตจากศรีลังกาที่เข้ามาขอพระพระสงฆ์ไทย ได้บอกว่ามังคุดเป็นเยี่ยมในผลไม้ที่นำออกมายืนยันภาควิชาทูต

มังคุดในประเทศไทย
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกมังคุดมากเป็นอันดับแรกๆของโลก ไปสู่ในหลายๆประเทศทั่วโลกตัวอย่างเช่น สหรัฐฯ จีน ประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งเนเธอแลนด์ โดยมีมูลค่าการส่งออกปีละมากยิ่งกว่า 1,500 ล้านบาท มังคุดที่ถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศมีทั้งยังในรูปของผลสดและก็มังคุดดัดแปลง ภาคใต้จัดเป็นแหล่งปลูกมังคุดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สามารถผลิตมังคุดที่มีคุณภาพดีแล้วก็มีรสชาติดีเมื่อเทียบกับมังคุดในภูมิภาคอื่นของประเทศ เหตุเพราะมีสภาพแวดล้อมที่สมควร จากการที่มังคุดมีเอกลักษณ์อีกทั้งในรูปร่างของผลที่งดงาม รวมทั้งมีรสชาติที่หวานอมเปรี้ยว เป็นที่ชอบใจของทั้งยังชาวไทยและก็ชาวต่างชาติจนได้รับฉายาว่า “ Queen of Fruits ”

ปัจจุบันนี้มังคุดก็เลยจัดคือผลไม้ที่มีศักยภาพสูงสำหรับในการส่งออกของเมืองไทย รวมทั้งในอนาคตมีลัษณะทิศทางว่ามังคุดจะมีความหมายมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย เพราะว่าประเทศไทยได้กระทำการขยายตลาดการส่งออกมากขึ้น โดยเฉพาะจีนซึ่งมีประชากรสูง ก็สนใจกับไม้ผลประเภทนี้ด้วย

คุณประโยชน์ทางโภชนาการของมังคุด
นักโภชานการได้เล่าเรียนคุณค่าทางโภชนาการของมังคุดขนาด 100 กรัม พบว่าให้พลังงาน 76 แคลอรี และก็ มีสามารอาหารสำคัญ มี โปรตีน 0.5 กรัม คาร์โบไฮเดรท 18.4 กรัม ใยอาหาร 1.7 กรัม แคลเซียม 11 มก. ธาตุฟอสฟอรัส 17 มก. เหล็ก 0.9 ไม่ลิลกรัม วิตามินบี1 0.09 มก. วิตามินบี2 0.06 มก. ไนอะซิน 0.01 มก. เปลือกของมัคคุด มีสารแทนนิน (tannin) ช่วยทำให้แผลหายเร็ว ช่วยลดอาการอักเสบ ต้านทานเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดหนองได้

สรรพคุณของมังคุด
นำเปลือกมาใช้ประโยชน์ ซึ่งสรรพคุณของเปลือกมังคุดมี ดังต่อไปนี้
รักษาโรคท้องเดินเรื้อรัง รวมทั้งโรคไส้ โดยใช้เปลือกมังคุดครึ่งผลต้มกับน้ำกินทีละ 1 แก้ว
รักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โดยเปลือกมังลุกต้มกับน้ำปูนใส ในเด็กให้กินทีละ 1-2 ช้อนชาทุก 4 ชั่วโมง ในคนแก่กินทีละ 1 ช้อนโต๊ะทุก 4 ชั่วโมง
รักษาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง ใช้เปลือกผลสดหรือแห้ง ฝนกับน้ำปูนใส ทาแผลน้ำกัดเท้า แผลพุพอง วันละ 2-3 ครั้ง
ประโยชน์ของมังคุด

กินสดคือผลไม้หรือทำเป็นน้ำผลไม้อย่าง น้ำมังคุดรวมทั้งน้ำเปลือกมังคุด
มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีส่วนช่วยสำหรับในการชะลอวัยและก็การเกิดริ้วรอย
มีฤทธิ์สำหรับการจับอนุมูลอิสระต่างๆได้มากกว่าผลไม้ประเภทอื่นๆ
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสแจ่มใส แข็งแรง
ช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงปรารถนา
เปลือกมังคุดมีสารช่วยป้องกันเชื้อราก็เลยเหมาะสมแก่การหมักปุ๋ย
เอามาปรุงอาหารอีกทั้งคาวรวมทั้งหวาน อาทิเช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว ซอสมังคุด ฯลฯ
เอามาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆอย่าง มังคุดกวน แยมมังคุด มังคุดแช่อิ่ม ลูกอมมังคุด
มังคุดมีสารจีเอ็ม-1 ซึ่งใช้เป็นองค์ประกอบในเครื่องสำอาง สำหรับผู้มีปัญหาภาวะผิวเรื้อรังจากสิวและก็อาการแพ้
เอามาดัดแปลงเป็นสบู่เปลือกมังคุด ซึ่งมีคุณลักษณะช่วยกำจัดกลิ่นเต่า รักษาสิวฝ้า ทุเลาอาการโรคผิวหนัง
โทษของมังคุด

ในมังคุดมีสารแซนโทน ( Xanthone ) ในจำนวนมาก แม้ว่าจะมีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบ ลดระดับความดันเลือด ช่วยต้านทานการเกิดโรคมะเร็ง และก็อาการแพ้ต่างๆแต่ว่าก็ยังขาดข้อมูลสำหรับในการช่วยเหลือว่ามังคุดจะสามารถรักษาอาการต่างๆกลุ่มนี้ได้จริง ถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานการเล่าเรียนความเป็นพิษในมนุษย์ แม้กระนั้นก็เจออาการไม่พึงปรารถนาหลายแบบในแต่ละบุคคล ยกตัวอย่างเช่น มีลักษณะผิวหนังบวมแดง เป็นผื่นคันขึ้นเรียกตัว ปวดหัว ปวดรอบๆข้อ ปวดกล้าม ท้องร่วง ถ่ายเหลว ไส้ปรวนแปร ฯลฯ

นอกนั้นมังคุดยังมีสารแทนนิน ( Tannin ) ที่อยู่ในเปลือกของมังคุด ถ้าหากบริโภคมากจนเกินไปรวมทั้งตลอด อาจทำให้กำเนิดเป็นพิษต่อตับ ไต การเกิดโรคมะเร็งในร่องแก้ม ในทางเดินของกินส่วนบน รวมทั้งยังไปลดปริมาณของเม็ดเลือดขาวจนถึงทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลดลงจากธรรมดา…

Read More
Denny กันยายน 10, 2020

สุวรรณพฤกษ์  สามารถ ช่วยขับเสมหะ เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายโลหิตระดูของสตรี

สุวรรณพฤกษ์ ทองนพคุณ ขี้เหล็กอเมริกัน ( American Cassia ) สมุนไพร พืชเชื้อสายถั่ว ประโยชน์ที่ได้รับมาจากทองธรรมชาติ คุณประโยชน์ของทองนพคุณ รักษาอาการตัวเหลือง รักษาดีซ่าน เป็นยาระบาย สมุนไพรตระกุลถั่ว ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของกาญจน์พฤกษ์

ทองนพคุณ ขี้เหล็กอเมริกัน กาญจน์พฤกษ์ สมุนไพร
ต้นทองพฤกษ์ หรือ ต้นขี้เหล็กอเมริกัน หรือ ทองแท้ เป็น ไม้ยืนต้น เขตร้อน มีบ้านเกิดที่ทวีปอเมริกา เจริญเติบโตก้าวหน้าใน ดินร่วน ถูกใจอากาศเย็น น้ำปานกลางและก็ ถูกใจแสงตะวันจัด สรรพคุณ ใช้รักษาอาการตัวเหลือง รักษาดีซ่าน รักษาการติดฝิ่น ช่วยขับเสลด เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายเลือดเมนส์ของสตรี แก้อาการปวดตามข้อ ทองพฤกษ์ สมุนไพร ภาษาอังกฤษ เรียก American Cassia กาญจน์พฤกษ์มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Senna spectabilis ( DC. ) H.S.Irwin & Barneby เป็น สมุนไพรตระกุลถั่ว ชื่ออื่นๆของ ทองพฤกษ์หมายถึงขี้เหล็กอเมริกา ทองนพคุณ ฯลฯ

ลักษณะของต้นกาญจน์พฤกษ์
ต้นกาญจน์พฤกษ์ เป็น ไม้ยืนต้น ความสูงไม่เกิน 10 เมตร เป็น ต้นไม้ทรงพุ่มไม้ มีเปลือกสีน้ำตาล ใบของกาญจน์พฤกษ์ เป็นใบประกอบ แบบขนปลายคี่ ออกเรียงสลับ ใบเป็นรูปวงรีปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง มีดอกมากมายสีเหลืองสด สามารถมีดอกได้ตลอดทั้งปี ผลของทองพฤกษ์ มีลักษณะเป็นฝักทรงกระบอก ฝักอ่อนมีสีเขียว ส่วนฝักสุกจะมีสีน้ำตาล รวมทั้งฝักจะแตกออกเมื่อแก่ ฝักของทองพฤกษ์ ออกตลอดปี

สรรพคุณของทองพฤกษ์
สามารถนำ ทองพฤกษ์ มาใช้ประโยชน์ได้อีกทั้ง ใบ ดอก ราก โดยเนื้อหาของ การนำทองพฤกษ์มาใช้ประโยชน์ มี ดังต่อไปนี้
ใบของ กาญจน์พฤกษ์ สามารถ รักษาอาการตัวเหลือง รักษาโรคดีซ่าน รักษาการติดฝิ่น ช่วยขับเสลด เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายเลือดรอบเดือนของสตรี
ดอกของ กาญจน์พฤกษ์ สามารถ ช่วยขับเสลด เป็นยาระบาย เป็นยาถ่ายเลือดรอบเดือนของสตรี
รากของ ทองพฤกษ์ สามารถ แก้อาการปวดตามข้อ
เว้นเสียแต่ การใช้ผลดีทางยา แล้ว ดอก แล้วก็ ใบของกาญจน์พฤกษ์ สามารถ เอามาทำกับข้าวได้ แก่นไม้ของ กาญจน์พฤกษ์ เอามา ทำของใช้ต่างๆทำครก ทำสาก ทำวัสดุต่างๆ

ทองนพคุณ มี สรรพคุณ เด่นเป็นมีฤทธิ์ เป็นยาระบาย ช่วยแก้ป้ญหาตัวเหลือง ได้ เว้นแต่ ทองนพคุณ แล้วยังมี สมุนไพร อื่นๆที่มีฤทธิ์ ช่วยระบาย สมุนไพร อื่นที่มี สรรพคุณเป็นยาระบาย มีอะไรบ้าง มีดังนี้…

Read More
Denny กันยายน 9, 2020

โหราเดือยไก่  ขับของเสียอออกจากร่างกาย ขับปัสสาวะ รายละเอียดของการใช้ประโยชน์มี

ต้นโหราเดือยไก่ สมุนไพร มีพิษ สรรพคุณบำรุงไต บำรุงเลือดและก็หัวใจ ช่วยบำรุงธาตุไฟ แก้ตัวเท้าเย็น ทุเลาอาการปวด ขับเหงื่อ ขับของเสียอออกจากร่างกาย ขับฉี่ แก้ปวดหัว แก้ปวดท้อง ช่วยแก้อาการบวมช้ำ ปวดบวม แก้ปวดก้นกบ แก้อัมพฤกษ์ รักษาอัมพาต ช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดจากโรคไต ฯลฯ

จากข้อมูลทางเภสัชศาสตร์ได้ศึกษาโหราเดือยไก่ พบว่ามีสาร Alkaloidsอยู่หลายชนิด เป็นต้นว่า Aconitine, Carmichaeline, Chuan-wubase A, Chuan-wu-base B, Hypaconitine, Mesaconitineรวมทั้งTalatisamine ฯลฯ ซึ่งสารที่เจอในโหราเดือยไก่มีฤทธิ๋กระตุ้นหัวใจ ทำให้หัวใจมีการบีบตัวเจริญขึ้น มีการนำสารAlkaoids ไปทดสอบกับหนู สามารถแก้อาการปวดของหนูได้ สารจำพวกนี้สามารถทำให้เกิดอาการชาแล้วก็ทุเลาอาการปวดได้

พวกเรามาทำควมรู้จักกับโหราเดือยไก่กัน โหราเดือยไก่ ภาษาอังกฤษ เรียก Prepared Common Monkshood Daughter Root มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aconitum carmichaelii Debeaux ชื่ออื่นๆของโหราเดือยไก่หมายถึงเชื้อเชิญอู อูโถว ฟู่จื่อ หู่จื้อ ฯลฯ ต้นโหราเดือยไก่ เป็นไม้ล้มลุกชนิกหนึ่ง อายุยืน ความสูงไม่กำเนิดน 120 เซ็นต์ ขนที่ยอดต้น หัวของต้นอยู่ใต้ดิ เปลือกสีน้ำตาล มีรากแก้ว ใบเป็นใบคนเดียว ดอกออกเป็นช่อ สีน้ำเงินอมม่วง ผลกลมยาว

สรรพคุณของโหราเดือยไก่
สามารถนำมาใช้ผลดีหมายถึงรากแล้วก็หัวของโหราเดือยไก่ โหราเดือยไก่ตามตำราการแพทย์แผนจีน เจาะจง มีรสเผ็ดร้อน เสริมหยางในระบบหัวใจ ช่วยทำนุบำรุงธาตุไฟ กระจายความเย็นที่มาจับ ให้ความอบอุ่นแก่กระเพาะ แก้ตัวเท้าเย็น บำรุงไต ทุเลาอาการปวด ขับเหงื่อ ขับของเสียอออกจากร่างกาย ขับฉี่ เนื้อหาของการใช้คุณประโยชน์มี ดังต่อไปนี้

หัวของโหราเดือยไก่ มีฤทธิ์ร้อน ใช้เป็นยาร้อน ใช้แก้ปวดหัว แก้เจ็บท้อง รวมทั้งทุเลาอาการปวด เป็นยาแก้ฝีเย็นทั้งยังด้านในแล้วก็ข้างนอก ช่วยแก้อาการฟกช้ำดำเขียว ปวดบวม แก้ปวดก้นกบ แก้อัมพฤกษ์ รักษาอัมพาต
รากของโหราเดือยไก่ ใช้ บำรุงไต ทำให้ร่างกายอบอุ่น แก้ลักษณะของการปวดท้อง แก้ปวดกระเพาะ ช่วยลดอาการบวมน้ำที่เกิดขึ้นจากโรคไต ช่วยแก้อาการมือเท้าชา
ข้อพึงระวังในการบริโภคโหราเดือยไก่

เพราะว่าโหราเดือยไก่มีความเป็นพิษ มีฤทธิ์ร้อน สตรีมีครรถ์ไม่สมควรบริโภค แล้วก็ก่อนการบริโภคจำเป็นต้องผ่านการกำจัดพิษ ก่อน ความเป็นพิษของโหราเดือยไก่ มีผลต่อ ระบบประสาทรวมทั้งหัวใจ ทำให้แสบร้อนในปาก อาเจียน อ้วก แขนขาชา หน้ามืดหัว ตามัว รูม่านตาขยาย กล้ามเนื้อหัวใจบางทีอาจถูกทำลาย และก็บางทีอาจเสียชีวิตได้

กรรมวิธีการกำจัดพิษของโหราเดือยไก่
การกำจัดพิษโหราเดือยไก่หมายถึงจำต้องล้างให้สะอาดก่อน หลังจากนั้นตากให้แห้ง แล้วเอามาแช่น้ำอีกครั้ง โดยเปลี่ยนแปลงน้ำใหม่ วันละ 1-2 ครั้ง ต่อไปนำไปต้มกับถั่วดำรวมทั้งชะเอม ต้มจนถึงสุก หลังจากนั้นค่อยนำไปผึ่งแดดให้แห้ง
แนวทางแก้พิษโหราเดือยไก่ ถ้ารับประทานโหราเดือยไก่โดยไม่กำจัดพิษก่อน จำต้องทำการล้างท้อง ทำให้อ้วก และก็ให้น้ำเกลือ และก็ทำให้ร่างกายอบอุ่น…

Read More
Denny กันยายน 8, 2020

จำปา  เป็นยาถ่าย ทำให้ประจำเดือนมาปกติ รักษาโรคปวดตามข้อ ขับน้ำคาวปลา ช่วยขับเลือดเน่าเสีย

จำปา ( Champaca ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นจำปาเป็นMagnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre สมุนไพร ไม้ยืนต้น ดอกจำปามีกลิ่นหอมยวนใจ ดอกงาม ประโยชน์ที่ได้รับมาจากจำปา คุณประโยชน์ของจำปา ช่วยบำรุงรักษาเลือด บำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ขับเสลด แก้มึนหัว ต้นจำปาเป็นอย่างไร

ต้นจำปา สมุนไพร ไม้ยืนต้น เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ดอกงาม คุณประโยชน์ ช่วยบำรุงเลือด บำรุงระบบประสาท บำรุงหัวใจ ขับเสลด ขับปัสาวะ เป็นยาระบาย แก้วิงเวียน แก้คลื่นไส้ ต้นจำปา เป็นพืชที่มีถิ่นเกิดที่เมืองจีน ประเทศอินเดีย ไทย มาเลเซีย และก็ อินโดนีเซีย เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สามารถนำมาใช้ผลดีจากไม้ได้

ประโยชน์ที่ได้รับมาจากต้นจำปา
ดอกจำปา มีกลิ่นหอมเอามาแต่งกลิ่นของของกิน
ดอกจำปามีสีงามและก็มีกลิ่นหอมหวน นิยมเอามาประดับประดาตกแต่ง เพิ่มความงดงามฅ
ต้นจำปาฯลฯไม้ขนาดใหญ่ สามารถใช่ให้ร่มเงาเจริญ
ดอกจำปามีกลิ่นหอม สามารถเอามาสกัดน้ำมันดอกจำปา เพื่อเป็นส่วนประกอบของเครื่องสำอางค์ต่างๆ
แก่นไม้ต้นจำปา สามารถเอามาทำบ้าน เครื่องเรือน หีบ ห่อ เรือ ฯลฯ
จะมองเห็นได้ว่าต้นจำปาเป็นประโยชน์ พวกเรามาทำความรู้จักต้นจำปากันว่า เป็นยังไง ต้นจำปา ภาษาอังกฤษ เรียก Champaca ชื่อวิทยาศาสตร์ของต้นจำปาหมายถึงMagnolia champaca (L.) Baill. ex Pierre ชื่อเรียกอื่นๆของต้นจำปา อย่างเช่น จำปาเขา, จำปาทองคำ, จำปาป่า, จุ๋มพ่อ, จำปากอ, มณฑาภูเขา ฯลฯ

ลักษณะของต้นจำปา
ต้นจำปา เป็นไม้ที่โล่งแจ้ง อยากน้ำในระดับปานกลาง รังเกียจที่น้ำนอง ถูกใจดินร่วนซุย โปร่ง ต้นจำปาสูงโดยประมาณ 30 เมตร ลำต้นตั้งชัน มีแตกก้านมากมาย เปลือกของลำต้นมีสีเทา เปลือกมีกลิ่นแรง ใบของต้นจำปา เป็นใบผู้เดียว ทรงรี ปลายใบแหลม ใบบาง มีขน สีเขียว ดอกของต้นจำปา เป็นดอกลำพัง สีเหลือง ดอกออกที่ซอกใบ ผลของต้นจำปา รูปแบบของผลกลม ขนาด 1 ซม.

การขยายพันธุ์ของจำปา
ต้นจำปาสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วย การเพาะเม็ด การทาบกิ่ง แล้วก็การทำหมันกิ่ง แม้กระนั้นการเพาะเม็ดจะง่ายกว่า ด้วยเหตุว่า ลำต้นจะตั้งชัน ระบบรากจะแข็งแรง โตเร็ว ต้นจำปาถูกใจดินร่วนซุยที่ระบายน้ำเจริญ ถูกใจแสงตะวัน

สรรพคุณของต้นจำปา
ต้นจำปา สามารถนำมาใช้ประโยชนืทางสมุนไพร ทุกส่วน ตั้งแต่ ใบ ดอก เปลือก ราก ไม้ ซึ่งเนื้อหาของสรรพคุณของจำปา ด้านสมุนไพร และก็การรักษาโรค มีดังนี้
ใบของต้นจำปา แก้โรคเส้นประสาททุพพลภาพ แก้ป่วงของเด็กแรกคลอด แก้ไอ รักษาโรคลำไส้ใหญ่อักเสบ
ดอกของต้นจำปา ช่วยทำนุบำรุงธาตุ ช่วยทำนุบำรุงประสาท แก้วิงเวียนหัว ลดอาการหมดแรง รักษาอาการหน้ามืด บำรุงหัวใจ กระจัดกระจายเลือด ช่วยแก้อาการปวดหัว รักษาอาการคลื้นไส้ ทุเลาอาการอักเสบ ช่วยขับลม ช่วยขับเยี่ยว ช่วยแก้โรคไต ช่วยรักษาโรคขี้เรื้อน ช่วยรักษาโรคปวดตามข้อ ช่วยยับยั้งอาการเกร็ง
เปลือกต้นของต้นจำปา ช่วยแก้คอแห้งผาก ฝาดสมาน ลดไข้
รากของต้นจำปา เป็นยาถ่าย ทำให้เมนส์มาธรรมดา รักษาโรคปวดตามข้อ ขับน้ำคร่ำ ช่วยขับเลือดบูดเน่า
ผลของต้นจำปา ช่วยทำนุบำรุงธาตุ รักษาอาการคลื้นไส้ ขับฉี่ ช่วยรักษาแผลที่เท้า
เม็ดของต้นจำปา ช่วยบำรุงรักษาธาตุ รักษาอาการคลื้นไส้ ขับฉี่ ช่วยรักษาแผลที่เท้า
แก่นไม้ของต้นจำปา บำรุงเลือด ช่วยรักษาโรคโรคเรื้อน ช่วยบำรุงรักษารอบเดือนของสตรี
เปลือกของรากต้นจำปา เป็นยาระบาย ช่วยขับพยาธิ

Read More
Denny กันยายน 6, 2020

กุยช่าย  ช่วยรักษาอาการท้องเสีย ช่วยแก้โรคนิ่ว ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี

ชื่อวิทยาศาสตร์ของเป็นAllium tuberosum Rottler ex Spreng. สมุนไพร ผักสวนครัว ต้นกุยช่ายคืออะไร ค่าทางโภชนาการของใบกุยช่าย สรรพคุณของกุยช่าย ประโยชน์ของกุยช่าย ตัวอย่างเช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง บำรุงไต กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ จำพวกของกุยช่าย ดังเช่นว่า กุยช่ายขาว กุยช่ายเขียว

ต้นเป็นพืชสมุนไพร ในครอบครัว นิยมนำใบและก็ดอกกุยช่ายมาทำอาหาร สรรพคุณของกุยช่าย เช่น รักษาหวัด บำรุงกระดูก แก้ผื่นคัน แก้อาการท้องอืด บำรุงไต บำรุงกำหนัด กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ ที่รู้จักกันในตลาด มี กุยช่ายขาว และก็กุยช่ายเขียว ซึ่งเป็นพืชประเภทเดียวกัน แม้กระนั้นเคล็ดวิธีด้านการสร้างพืช ทำให้ใบกุยช่ายสามารถเป็นสีขาวได้ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็งได้ วันนี้พวกเราจะมาทำความรู้จักกับสมุนไพร ชื่อ กุยช่าย กัน

นิยมนำใบมาทำเป็นองค์ประกอบของของกิน แบบอย่างของกินเมนูกุยช่าย อาทิเช่น ผัดเต้าหู้ ผัดหมูกรอบ ผัดหมี่ซั่ว ผัดหมีประเทศฮ่องกง ฯลฯ กุยช่ายเป็นพืชที่มีถิ่นเกิดในประเทศแถบทวีปเอเชียทิศตะวันออก แถบแนวเขาหิมาลัย อินเดีย จีน รวมทั้งญี่ปุ่น ฯลฯ กุยช่าย ภาษาอังกฤษ เรียก Garlic chives กุยช่าย มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Allium tuberosum Rottler ex Spreng. เป็นพืชเชื้อสายเดียวกันกับพลับพลึง สำหรับกุยช่ายมีชื่อเรียกอื่นๆอย่างเช่น ผักไม้กวาด, ผักแป้น, เราไฉ่ ฯลฯ

ลักษณะ
ต้น เป็นพืชตระกูบล้มลุก ความสูงของต้นราวไม่เกิน 45 ซม. มีเหง้าเล็กๆแล้วก็แตกกอ รูปแบบของต้นกุ่ยฉ่าย มีดังนี้
ใบของ เป็นใบแบน แล้วก็ยาว ขึ้นที่โคนต้นราวกับต้นหญ้า
ดอกของ จะออกเป็นช่อ มีดอกสีขาว มีกลิ่นหอม
ก้านของช่อดอก มีความยาวราว 45 ซม.
ผลของ มีลักษณะกลม เม็ดของ มีสีน้ำตาล ลักษณะแบน
คุณค่าทางโภชนาการของ

สรรพคุณของ
สำหรับ ประโยชน์ของ ด้านการรักษาโรคต่างๆนั้่น สามารถใช้ตั้งแต่ ต้น ใบ ราก เม็ด ดอก เนื้อหาของ สรรพคุณของมีดังนี้
ใบ ช่วยบำรุงกระดูก กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ แก้ปัญหาการหลั่งเร็วในผู้ชาย เพิ่มความสามารถทางเพศ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยปกป้องมะเร็ง ช่วยลดความดัน รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคเบาหวาน ช่วยรักษาโรคหูน้ำหนวก เป็นยาแก้หวัด แก้อ้วก แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะ ช่วยรักษาแผลริดสีดวงทวาร ช่วยแก้โรคนิ่ว รักษาหนองในได้ บำรุงไต แก้พิษแมลงกัดต่อย รักษาช้ำเลือด รักษาอาการฟกช้ำ รักษาแผลเป็นหนอง บำรุงนม ช่วยลดอักเสบ
รากช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล แก้อาการอ้วก มีฤทธิ์สำหรับในการช่วยห้ามเหงื่อ ช่วยแก้อาการแน่นหน้าอก ช่วยแก้อาการฉี่ขัด
เม็ดของ ช่วยอุดฟัน ป้องกันฟันผุ ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับเยี่ยว เป็นยาฆ่าแมลง
ช่วยแก้อ้วก ด้วยการใช้ต้นเอามาคั้นมัวแต่น้ำผสมกับเกลือนิดหน่อย หรือจะผสมกับน้ำขิงสักนิดหน่อยอุ่นให้
ต้นช่วยรักษาอาการท้องร่วง ช่วยแก้โรคนิ่ว ช่วยแก้อาการตกขาวของสตรี รักษาโรคโรคหนองใน บำรุงนม ลดอาการอักเสบ
ข้อควรระวังสำหรับการบริโภค

มีคุณประโยชน์ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ถ้าเกิดกินมากจนเกินไปจะมีผลให้ตัวร้อน รวมทั้งร้อนในได้
ไม่สมควรดื่มสุรา ร่วมกับ ด้วยเหตุว่าทให้ร่างกายร้อนขึ้น แล้วก็เหล้าก็มีฤทธิ์ร้อนเหมือนกัน บางทีอาจเป็นพิษต่อสุขภาพได้
กระตุ้นการทำงานของระบบไส้ ถ้าเกิดมีอาการท้องร่วง หรือเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ไม่สมควรกิน
แก่ จะมีกากใยอาหารมากมาย ในการกินจะมีผลให้ระบบไส้ ทำงานหนักมากขึ้น…

Read More
Denny กันยายน 5, 2020

กวาวเครือขาว  มี ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และ โรคมะเร็งมดลูก

ต้นกวาวเครือขาว สมุนไพร ขึ้นชื่อเรื่อง เพิ่มขนาดทรวงอก ทำให้นมโต และ เพิ่มพลัง สำหรับผู้ชาย เรียกว่าเป็น สมุนไพรเพิ่มความสามารถทางเพศ เลยก็ว่าได้ แม้กระนั้นในการใช้ กวาวเครือ นั้น มีข้อห้าอยู่ ในเรื่องของปริมาณการบริโภค ให้ใช้ได้เพียงวันละเท่าเม็ดพริกไทย ดังนั้น วันนี้เรามา ทำความรู้จักกับกวาวเครือ กัน ว่า เป็นยังไง สรรพคุณของกวาวเครือ การใช้กวาวเครือ

กวาวเครือขาว ภาษาอังกฤษ เรียก Pueraria mirifica กวาวเครือขาว มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Pueraria candollei var. mirifica ( Airy Shaw & Suvat. ) Niyomdham เป็น พืชเชื้อสายเดียวกันกับถั่ว ชื่อเรียกอื่นๆของกวาวเครือขาว อาทิเช่น ตัวอย่างเช่น กวาว , กวาวหัว , กวาวเครือ , เครือขาว , จานเครือ , ตานเครือ , ทองนอกรือ , ทองคำกวาว , จอมทองคำ , ตานจอมทองคำ , โพ้ต้น รวมทั้ง โพะตะข้า ฯลฯ

สำหรับ กวาวเครือขาว นั้น เป็น สมุนไพร ที่ มีประโยชน์สำหรับเพศหญิง มหาศาล ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง ช่วยให้อกเต่งตึง แต่ว่าสำหรับเพศชาย นั้นก็สามารถกินได้ ช่วยทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย ถือเป็น ยาอายุวัฒนะ

ต้นกวาวเครือ นั้น ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดให้ กราวเกรียวเครือขาว เป็นตัวยาประเภทหนึ่ง ใน ตำรับยาบำรุงร่างกาย แล้วก็ได้รับอนุญาตให้ขึ้นบัญชีเป็น ตำรับยาแผนโบราณ และก็ เป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถกินได้ โดยไม่ต้องมีใบสั่งจากหมอ แต่ว่า การกินกวาวเครือ จะต้องกินใน จำนวนที่เหมาะสม แล้วก็ ห้ามกิน ในขณะที่มีรอบเดือน

ลักษณะของต้นกวาวเครือขาว
กวาวเครือ เป็น พืชตระกูลถั่ว มี หัวอยู่ใต้ดิน ต้นกวาวเครือ ขึ้นกับตาม ป่าเบญจพรรณ บนที่สูง ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 250 เมตร ถึง 800 เมตร ต้นกวาวเครือ เป็น พืชไม้เถา ไม้เลื้อย พบมากในประเทศไทย แถบภาคเหนือ ตะวันตก รวมทั้ง อีสาน ตามภูเขาสูง เป็น ไม้ผลัดใบ ขนาดกึ่งกลาง เถาของต้นกวาวเครือ จะยาวโดยประมาณ 5 เมตร หัวของกวาวเครือ เป็นที่สะสมของกิน หัวจะมีลักษณะกลม รวมทั้ง ยาวหัวมีหลายหัวชิดกัน เมื่อผ่า หัวของกวาวเครือ ออกมา จะมียางสีขาวเหมือนนม เนื้อภายในของ หัวกวาวเครือ มีสีขาว เนื้อเปราะ มีใยอาหารมาก

สรรพคุณของกวาวเครือขาว
ในการใช้ ประโยชน์ของกวาวเครือ นั้นพวกเราจะนำเอาท่อนหัวมาใช้ประโยชน์ ซึ่ง หัวของกวาวเครือ มีประโยชน์ ดังนี้
เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงรักษากำลัง สำหรับคนที่แก่มาก สามารถกินได้ทั้งยัง ชายและหญิง
ช่วยให้กระชุ่มกระชวย
บำรุงผิวพรรณ ให้เต่งตึง ผ่องใส ลดการเกิดสิว กระ ฝ้า ช่วยละลอผิวเหี่ยวย่น ริ้วรอยต่างๆตามผิวหนัง
ช่วยลำไขมันบนบริเวณใบหน้า รักษาสิว และก็ รูขุมขนอักเสบ
ช่วยให้ทรวงอกขยายตัว แล้วก็เต่งตึง
ช่วยบำรุงเส้นผม ให้ดกดำ แล้วก็รากผมแข็งแรง
ช่วยบำรุงสมอง ให้ ความจำดี
ช่วยรักษาโรคตาพร่า และก็ โรคต้อกระจก
ช่วยบำรุงไต
ช่วยเพิ่มรสของของกิน ช่วยเจริญอาหาร
ช่วยบำรุงเลือด ให้เลือดลมไหลเวียนดี
บำรุงกระดูก ช่วยปกป้องโรคกระดูกพรุน
ช่วยเพิ่มความสามารถทางเพศ ช่วยบำรุงอวัยวะสืบพันธุ์ให้ก้าวหน้า
ใช้เพิ่มฮอร์โมนผู้หญิง สำหรับหญิงวัยหมดระดู
มี ป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และ โรคมะเร็งมดลูก
ช่วยทุเลาอาการปวดรอบเดือน จากปัญหารอบเดือนมาเปลี่ยนไปจากปรกติ
ช่วยทุเลาอาการปวดเมื่อยล้าตามร่างกาย
ช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับ
ข้อบังคับสำหรับในการใช้กวาวเครือ

กวาวเครือขาว นั้นมีประโยชน์แม้กระนั้นมีโทษในการใช้ในจำนวนที่มากเหลือเกิน ซึ่งข้อแนะนำสำหรับ การบริโภคกวาวเครือ นั้น มีเนื้อหา ดังนี้
ห้ามคนภายในวัยหนุ่มสาวกิน
สำหรับคนบริโภค กวาวเครือ นั้น ห้ามรับประทานของดอง ของเปรี้ยว แล้วก็ ให้อาบน้ำวัน 3 ครั้ง
สำหรับคนรับประทาน กวาวเครือ ห้ามอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นเกินไป…

Read More
Denny กันยายน 4, 2020

ถั่วแดง  ป้องกันภาวะกระดูกเสื่อม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ต้นถั่วแดง พืชตระกูลถั่ว ที่ได้นิยมนำมาทำอาหาร ซึ่งถั่วแดง เป็นพืชที่มีโปรตีนและมีคุณค่าทางอาหารสูง สามารถนำไปใช้เป็นอาหารแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดี สำหรับประเทศไทยปลูกถั่วแดง มากในเขตภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน และแม่ฮ่องสอน เป็นต้น

ถั่วแดงในประเทศไทย
ปัจจุบัน ถั่วแดง เป็น พืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญ โดย ประโยชน์ของถั่วแดง นั้นส่วนใหญ่คนนิยมนำถั่วแดง มาทำอาหาร ประเภทขนม เป็น เมนูถั่วแดง เช่น ถั่วแดงกวน ขนมปังไส้ถั่วแดง น้ำถั่วแดง เค้กชาเขียวถั่วแดง วุ้นถั่วแดงกวน โดรายากิ ซุปถั่วแดง ถั่วแดงอัดเม็ด เป็นต้น แต่ ประโยชน์ของถั่วแดง มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะ ระบบการย่อยอาหาร และใช้บำรุงร่างกาย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ ต้นถั่วแดง และ สรรพคุณของถั่วแดง การปลูกถั่วแดง ว่าเป็นอย่างไร ในบทความนี้ เราจะได้รู้จักกับถั่วแดงไปพร้อมกัน

ถั่วแดง หรือ ถั่วแดงหลวง ภาษาอังกฤษ เรียก Kidney bean ถั่วแดง มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Phasecolus vulgaris L. เป็นพืชตระกลูถั่ว สำหรับชื่อเรียกอื่นๆของถั่วแดง อาทิ เช่น ถั่วแดงหลวง ถั่วท้องนา ถั่วบ้านนา ถั่วนาเต็มกำ เป็นต้น

ลักษณะของต้นถั่วแดง
ต้นถั่วแดง เป็น พืชล้มลุก จัดเป็น พืชคลุมดิน มีความสูงประมาณ 75 เซ็นติเมตร ลักษณะใบเป็นใบเดียว เรียงสลับกันตามลำต้น ใบลักษณะรูปรี มีสีเขียว ดอกเป็นช่อ สีขาว และผลมีลักษณะยาว เหมือนถั่วฝักยาว ภายในมีเมล็ด เป็นสีแดงอมม่วง ในการขยายพันธ์ของต้นถั่วแดงใช้การขยายพันธ์โดยใช้เมล็ด จัดว่าเป็นพืชอายุสั้น

สรรพคุณของถั่วแดง
สำหรับ เป็นการใช้ประโยชน์ของถั่วแดง ในทางด้านการรักษาโรคนั้น จะใช้การรับประทานเมล็ดถั่วแดง ซึ่ง สรรพคุณของถั่วแดง ช่วยขับพิษในร่างกาย ช่วยล้างสารพิษในลำไส้ ช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหาร ช่วยขับถ่าย ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันท้องผูก ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดอาการบวมน้ำ ช่วยกำจัดหนอง ช่วยลดคันตามผิวหนัง ป้องกันอาการเหน็บชา บรรเทาอาการปวดข้อ ช่วยบำรุงช่องคลอด รักษามดลูก ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยสร้างภูมิกันร่างกาย ช่วยบำรุงโลหิต ช่วยปรับสภาพเลือดในร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ป้องกันภาวะกระดูกเสื่อม ป้องกันโรคกระดูกพรุน ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมอุณหภมูิในร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ช่วยลดน้ำหนักตัว ช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงการคลอดบุตรก่อนกำหนด

ประวัติของถั่วแดงหลวง
สำหรับ ประวัติการปลูกถั่วแดงในประเทศไทย เริ่มเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น จึงได้แนะนำให้ชาวเขาปลูกถั่วแดง ซึ่งเป็นพันธ์ถั่วแดงจากประเทศสหรัฐอเมริกา ถั่วแดงจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ของภาดเหนือของไทย ถัวแดง จึงถูกเรียกชื่ออีกชื่อหนึ่ง ว่า “ถั่วแดงหลวง” เพราะเป็นพืชพระราชทานให้ปลูก

การปลูกถั่วแดง
สำหรับ การปลูกถั่วแดง ให้ได้ผลผลิตที่ดี มีวิธีการดังต่อไปนี้
พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกถั่วแดง คือ พื้นที่ราบ ระดับความสูงประมาณ 800 ถึง 1,200 เมตร ถั่วแดงชอบดินร่วนเหนียว เป็นดินที่สามารถเก็บความชื้นดี อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับลม
สำหรับฤดูการปลูกถั่วแดง ที่เหมาะสมนั้น ที่สามารถแบ่งได้ 3 ช่วง คือ ช่วงต้นฤดูฝน ก.ค.-ส.ค. ช่วงปลายฤดูฝน พฤศจิกายน.-ธันวาคม และ ช่วงฤดูหนาว พ.ย.-ก.พ.
การเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกถั่วแดง ให้ขุดดินให้ร่วนซุย ทำร่องน้ำภายในแปลงปลูกและรอบ ๆ แปลงปลูก เพื่อให้เป็นทางน้ำไหลผ่าน กำจัดวัชพืชให้หมด
การปลูกถั่วแดง ให้หยอดเมล็ดลงหลุมปลูก ระยะห่างระหว่างหลุม 20 เซ็นติเมตร ในหนึ่งหลุมหยอด ประมาณ 2 ถึง 3 เมล็ด ต่อหลุม หมั่นรดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ย และกำจัดวัชพืช สำหรับการให้น้ำ ให้ประมาณ 7 ถึง 10 วัน ต่อครั้ง
การเก็บเกี่ยวถั่วแดง สามารเก็บเกี่ยวถั่วแดงได้หลังจาก 60 วันไปแล้ว ฝักของถั่วแดงที่แก่และแห้งสามารถนำไปสีเอาเมล็ดไปใช้ประโยชน์ได้
ถั่วแดงกับการลดความอ้วน

เหตุผลใด ถั่วแดง จึงมีประโยชน์ต่อ การลดน้ำหนัก ถั่วแดงจะมีโปรตีน ซึ่งโปรตีนจากถั่วแดง เป็นโปรตีน ที่มีลักษณะเด่น คือ ช่วยเพิ่มระบบเผาผลาญของร่างกาย และทำให้อิ่มท้อง ไม่ยากรับประทานอาหาร และไม่รู้สกเหนื่อย นอกจากนั้นถั่วแดงช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย และช่วยลดไขมันและน้ำตาลในเลือด ประโยชน์เช่นนี้ ช่วยให้ระบบร่างกายลดน้ำหนักได้แบบธรรมชาติ…

Read More
Denny สิงหาคม 30, 2020

โด่ไม่รู้ล้ม ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และ ช่วยกระตุ้นมดลูก

โด่ไม่รู้ล้ม ที่ได้มีฤทธิ์เป็นการช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ยับยั้งเชื้อไวรัส ช่วยลดไข้ ลดอาการอักเสบ ช่วยต้านความเป็นพิษต่อตับ ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก และช่วยกระตุ้นมดลูก

สมุนไพร เพื่อเป็นการเพิ่มความต้องการและการกระตุ้นทางเพศ นอกจาก ยังสามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ในทางต้านความเป็นพิษต่อตับ ลดไข้ ลดการอักเสบ ลดความดัน กระตุ้นมดลูก ช่วยขับปัสสาวะ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้บิด แก้ท้องเสีย แก้ไอ แก้วัณโรค บำรุงหัวใจ ขับเหงื่อ ขับพยาธิตัวกลม แก้ปัสสาวะพิการ แก้กระษัย รักษาโรคดีซ่าน รักษาฝี รักษาแผลแมลงกัดต่อย รักษาแผลในกระเพาะอาหาร รักษาแผลในช่องปาก

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของ
ต้น เป็นพืชล้มลุก มีลำต้นสั้นและกลม ชี้ตรง มีความสูงราว 10-30 เซนติเมตรอยู่ในระดับพื้นผิวดิน ตามผิวลำต้นและใบจะมีขนละเอียดสีขาว สาก ห่าง ทอดขนานกับผิวใบ พืชชนิดนี้เมื่อถูกเหยียบหรือโดนทับก็จะดีดตัวขึ้นมาใหม่ได้เหมือนปกติ (สมชื่อเลย) ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ด สามารถพบได้ทั่วไปตามป่าโปร่งที่มีดินค่อนข้างเป็นทราย ในป่าเต็งรัง ป่าดิบ และในป่าสนเขาทั่วทุกภาคของประเทศไทย และประเทศในเขตร้อนทั่วโลก

ใบ ที่มีใบเป็นใบเดี่ยวอยู่บริเวณเหนือเหง้าติดกันเป็นวงกลม เรียงสลับชิดกันอยู่เป็นกระจุก คล้ายกุหลาบซ้อนที่โคนต้น ลักษณะของใบเป็นรูปหอกหัวกลับ แผ่นใบกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 8-20 เซนติเมตร ขอบใบหยักหรือเป็นจักคล้ายฟันเลื่อยห่าง ๆ มีเส้นแขนงของใบประมาณ 12-15 คู่ ส่วนของใบที่ค่อนไปทางปลายจะผายกว้าง แล้วสอบเป็นแหลมทู่ ๆ ส่วนโคนใบจะสอบแคบจนถึงก้านใบ มีเนื้อใบหนาสาก ผิวใบจะมีขนสากเล็ก ๆ ขนตรงห่างมีสีขาว และมีขนต่อมห่างอยู่ทั้งสองด้าน โดยท้องใบจะมีขนมากกว่าหลังใบ แผ่นใบมักแผ่ราบไปกับพื้นดิน ก้านใบยาวประมาณ 0.5-2 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านใบ
ผล ผลเป็นผลแห้งและไม่แตก ลักษณะของผลเล็กและเรียว เป็นรูปกรวยแคบ ผิวด้านนอกผลมีขนหนาแน่น ยาวประมาณ 2.5-3 มิลลิเมตรและกว้างประมาณ 0.4-0.5 มิลลิเมตร ผลไม่มีสัน
สรรพคุณของว่าน

หากแยกสรรพคุณของว่าน สามารถแบ่งได้ ดังนี้
รากของว่าน สามารถช่วย แก้กระหายน้ำ แก้ไอ ลดไข้ แก้อาเจียน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยบีบมดลูก ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ แก้ปวด แก้เมื้อย
ใบของว่านใช้ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงร่างกาย แก้ไอ แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ รักษาโรคผิวหนัง
ทั้งต้น ของว่าน สามารถนำมาใช้ บำรุงหัวใจ ช่วยเจริญอาหาร แก้กษัย ขับเหงื่อ ขับของเสียในร่างกาย ลดไข้ แก้ไอ รักษาวัณโรค รักษาหลอดลมอังเสบ รักษาตาแดง รักษาต่มทอนซิลอักเสบ รักษาแผลในช่องปาก บำรุงเหงือกและฟัน แก้ท้องเสีย แก้บิด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ขับพยาธิ ช่วยขับระดูขาวของสตรี ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ ช่วยแก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
ข้อควรระวังในการบริโภคว่าน…

Read More