ป้ายกำกับ: บำรุงสายตา

Denny กันยายน 12, 2020

มะระ  สรรพคุณช่วยทำให้ร่างกายเย็น ลดความร้อนในร่างกาย แก้ปวดท้อง

ต้น มะระ ภาษาอังกฤษ เรียก Bitter melon ซึ่งชื่อวิทยาศาสตร์ของมะระหมายถึงMomordica charantia L. และก็ ชื่อเรียกอื่นๆของต้นมะระไม่เหมือนกันออกไปตามแต่ละเขตแดน ดังเช่นว่า ผักเหย ผักไห มะร้อยรู มะห่อย มะไห่ สุพะซู สุพะเด ฯลฯ

มะระขึ้นชื่อในเรื่องของความขม ความขมของมะระมาจากสาร Momodicine ซึ่งสารจำพวกนี้ มีประโยชน์ซึ่งสามารถนำมาช่วยกระตุ้นความรู้สึกต้องการทานอาหาร ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และก็เป็นยาระบายอ่อนๆแม้กระนั้นการกินมะระไม่สมควรกินมะระสุก เพราะว่าอาจจะทำให้อ้วกได้ มะระอยู่คู่กับสังคมและก็ครอบครัวของแคว้นไทยมาอย่างนาน เป็นพืชตระกูลเดียวกับ ฟัก แตงร้านรวมทั้งบวบ นิยมนำผลดิบมารับประทานเป็นของกิน มากมาย ดังเช่นว่า แกงจืดมะระหมูบด ทานเป็นผักสดกับน้ำพริก ฯลฯ

มะระในประเทศไทย
สำหรับเมืองไทย มะระเป็นพืชเขตแดนทั่วๆไป นิยมนำมาปลูกตามรั่วบ้าน เอามาปรุงอาหาร โดยนิยมกิน ผลมะระ แล้วก็ ยอดอ่อนมะระ มะระปลูกมากมายในภาคเหนือ แม้กระนั้นก็สามารถพบได้มากในทุกภูมิภาคของเมืองไทย ซึ่งมะระที่นิยมนำมาปลูกในประเทศไทย มีอยู่ 2 สายพันธ์เป็นมะระขี้นก และก็ มะระจีน เนื้อหาของมะระแต่ละสายพันธ์ มีดังนี้

มะระขี้นก ผลขนาดเล็ก ให้รสขมมากมาย นิยมเอามากินผลมะระขี้นกเป็นผักสด
มะระจีน ผลขนาดใหญ่ สีเขียว ผิวเรียบวาวลักษณะผิวเป็นร่องไม่เรียบ ให้เนื้อผลมากมาย นิยมเอามาทำครัวมากมายเมนูอาหาร ดังเช่น แกงจืด ผัดมะระ รวมทั้งกินผลเป็นผักสด
รูปแบบของต้นมะระ

ต้นมะระ เป็นไม้ล้มลุก ลักษณะเป็นเถาไม้เลื้อย เครือญาติเดียวกับแตงร้าน อายุของมะระเพียงแต่หนึ่งปี สามารถแพร่พันธุ์ โดยการเพาระเม็ดพันธ์ รูปแบบของต้นมะระมีดังนี้
ลำต้นของมะระ ลักษณะเป็นเถา ลำต้นกลม สีเขียว มีขนอ่อนๆลำต้นมะระจะเกาะตามหลัก ต้นไม้หรือเสา โดยมีรากออกมาตามข้อของลำต้นช่วยสำหรับเพื่อการเกาะจับหลัก
ใบของมะระ เป็นใบลำพัง สีเขียว ลักษณะใบหยาบคายมีขนอร่อยๆใบเป็นแฉกเว้าลึก 5 แฉก โคนใบกลม ก้านใบยาว
ดอกของมะระ มีดอกเป็นช่อ ลักษณะดอกลำพังมีดอกตามซอกใบ กลีบเป็นสีเหลือง ทรงดอกเหมือนรูประฆัง
ผลของมะระ ลักษณะยาวรี ผิวเปลือกบาง เรียบ ลักษณะผลเป็นผิวขลุกขละ เป็นหลุมเป็นร่องยาว ผลมีเนื้อครึ้ม ชุ่มฉ่ำน้ำ ผลดิบมีสีเขียว ส่วนผลสุกจะมีสีแดง
เม็ดมะระ อยู่ในผลมะระ มีเม็ดจพนวนมากมายในผลมะระ ลักษณะเม็ดจะแบนรี ปลายเม็ดแหลมทั้งคู่ด้าน
คุณประโยชน์ทางโภชนาการของมะระ

มะระมีสารฟีนอลหลายประเภท เป็นต้นว่า กรดเอ็งลลิก ( Gallic Acid ) กรดคาเฟอิก ( Caffeic Acid ) และก็ติดอยู่เทเคยชิน ( Catechin ) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องจุดด่างดำตามผิวหนังได้

ผลมะระจีน มีสารสำคัญหลายอย่าง เป็นต้นว่า แคแรนทิน ( charantin ) โพลีเปปไทด์ พี ( p-insulin ) แล้วก็ วิสิน ( vicine ) ซึ่งมีฤทธิ์ลดปริมาณของน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด

รสขมของมะระ มาจากสารเคมี ที่มีชื่อว่า Momodicine สารประเภทนี้ มีประโยชน์ซึ่งนำมาช่วยกระตุ้นความรู้สึกทำให้ต้องการรับประทานอาหาร ช่วยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะปฏิบัติงานได้มีคุณภาพ เป็นยาระบายอย่างอ่อนๆ

คุณประโยชน์ของมะระ
สำหรับในการใช้ประโยชน์จากมะระ ด้านการดูแลรักษาโรครวมทั้งการบำรุงร่างกาย สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ผลมะระ เถามระร เม็ดมะระ รากมะระ ใบมะระ คุณประโยชน์ของมะระ มีดังนี้

รากของมะระ คุณประโยชน์ช่วยทำนุบำรุงร่างการ ช่วยรักษาแผล แก้ริดสีดวงทวาร รักษาโรคกระเพาะอักเสบ แก้ลักษณะของการปวดท้อง
เถาของมะระ คุณประโยชน์ช่วยให้ร่างกายเย็น ลดความร้อนภายในร่างกาย แก้เจ็บท้อง
เม็ดของมะระ คุณประโยชน์ช่วยขับพยาธิตัวกลม ช่วยทำให้สมดุลของธาตุภายในร่างกาย
ใบสดของมะระ คุณประโยชน์ช่วยห้ามเลือด บำรุงเลือด เป็นยาระบายอ่อน ช่วยเจริญอาหาร แก้อยากดื่มน้ำ ช่วยรักษาหวัด รักษาแผลในกระเพาะ ลดอาการฟกช้ำดำเขียว แก้ผื่นผื่นคัน
ใบแห้งของมะระ คุณประโยชน์ช่วยขับพยาธิ ช่วยขับลม
ผลสดของมะระ คุณประโยชน์ลดปริมาณน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด รักษาโรคเบาหวาน ปกป้องโรคมะเร็ง บำรุงสายตา บำรุงกระดูกรวมทั้งฟัน ช่วยขับเสลด เป็นยาระบายอ่อน บำรุงน้ำดี แก้ปากเปื่อยยุ่ย
ผลแห้งของมะระ คุณประโยชน์รักษาโรคผิวหนัง รักษาแผล แก้คัน
ผลสุกของมะระ คุณประโยชน์ช่วยรักษาสิว
โทษของมะระ

สำหรับในการกินมะระเป็นของกิน ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย แม้กระนั้นการกินหรือใช้มะระเป็นยารักษาโรค มีข้อควรไตร่ตรองสำหรับการใช้ประโยชน์ได้ ดังต่อไปนี้
ผลสุกมะระ มีสารซาโปนิน ( Saponin ) มีความเป็นพิษต่อสภาพร่างกาย ทำให้มีการเกิดอาการอ้วกอ้วก เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกาย
มะระมีคุณประโยชน์ช่วยลดปริมาณของน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานที่กินยาลดน้ำตาลที่อยู่ในเลือด ร่วมกับกินผลมะระอย่างสม่ำเสมอ อาจก่อให้ร่างกายเกิดภาวะร่างกายขาดน้ำตาล ซึ่งทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย
สตรีท้องไม่สมควรกินมะระ เนื่องสารเคมีในผลหรือเม็ด อาจส่งผลให้มีเลือดไหลระหว่างมีท้อง ซึ่งอาจจะทำให้แท้งได้
แนวทางในการเลือกซื้อมะระ

แนวทางในการเลือกซื้อมะระที่ให้ความขมไม่มากมาย ควรที่จะทำการเลือกผลที่มีสีเขียวอ่อน เจ้าเนื้อ รวมทั้งมีลายห่างๆด้วยเหตุว่า จะขมน้อยกว่าผลที่มีสีเขียวเข้มแล้วก็ลายถี่ รวมทั้งก่อนนำมะระไปประกอบอาหาร ให้ผ่าแล้วเอาเม็ดรวมทั้งไส้ในออกจนถึงหมด หลังจากนั้นหั่นแล้วก็ค่อยนำไปแช่น้ำเกลือครู่หนึ่ง จะช่วยทำให้มะระลดความขมลงได้…

Read More
Denny เมษายน 5, 2020

สมุนไพรพื้น ตำลึง ผักริมรั้วที่ขึ้นดาษดื่น ดูไม่ค่อยมีค่ามีราคา แต่สรรพคุณของตำลึงก็หาธรรมดาไม่ มาดูสรรพคุณของตำลึงกันซะก่อน แล้วจะร้องอู้หูว !

สมุนไพรพื้น ตำลึง

ตำลึง ชื่อทางวิทยาศาสตร์ สรรพคุณมีอะไรบ้าง

ต้นตำลึงมักจะขึ้นตามรั้วบ้าน ที่สำคัญมักจะขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในฤดูฝน แต่เห็นตำลึงบ้าน ๆ อย่างนี้ก็มีชื่อทางวิทยาศาสตร์กับเขาเหมือนกันนะคะ แถมตำลึงยังมีชื่อสามัญ และชื่อเรียกตามท้องถิ่นอีกหลายชื่อ ตามนี้เลย

ตำลึง ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Coccinia grandis Voigt และยังมีชื่อสามัญของตำลึงหรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Ivy gourd ด้วยนะคะ ส่วนตำลึงในชื่อบ้าน ๆ นั้นเรียกกันอย่างหลากหลาย ทั้งตำลึง สี่บาท (ภาคกลาง) ผักแคบ (ภาคเหนือ) ผักตำนิน (ภาคอีสาน), แคเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน) เป็นต้น

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ของตำลึง

ตำลึงจัดเป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย มีใบเป็นใบเดี่ยว มีมือเกาะ ใบตำลึงจะแผ่เว้าเป็น 5 แฉก ขนาดใบตำลึงมีความกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร โคนใบเป็นรูปหัวใจ ปลายใบแหลมมน ผิวใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 3-6 เซนติเมตร

ดอกตำลึงมีสีขาว เป็นดอกเดี่ยว แยกเพศ ดอกตำลึงเพศผู้จะมีขนาด 4-6 เซนติเมตร 1 ดอก มีอยู่ 5 กลีบ เกสรตัวผู้ 3 อัน ส่วนดอกตำลึงเพศเมีย เกสรจะแยกเป็น 3-5 แฉก ส่วนกลีบดอกเหมือนดอกตำลึงเพศผู้ทุกประการ

ตำลึงมีผลด้วยนะคะ ผลตำลึงมีรูปทรงป้อม ขอบขนาน ขนาดผลกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ถ้าผลตำลึงอ่อนจะมีสีเขียว ผลตำลึงแก่จะมีสีส้มออกแดง ข้างในผลตำลึงจะมีเมล็ดลักษณะแบนรี ขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตร จำนวนมาก

ตำลึง สรรพคุณผักริมรั้วที่น่าทึ่ง !

สรรพคุณของตำลึงจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย

1. บำรุงสายตา

แหล่งวิตามินเอที่สำคัญที่เราสามารถหาได้จากอาหารก็ต้องยกให้ตำลึงเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอเลยล่ะค่ะ และนอกจากวิตามินเอแล้ว เบต้าแคโรทีนในตำลึงยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นวิตามินเอได้อีก ดังนั้นตำลึงจึงจัดเป็นอาหารบำรุงสายตาตัวจี๊ดที่หากินได้ง่าย ๆ แถมยังอร่อยด้วย

– 10 วิตามินบำรุงสายตา ตาพร่า ตามัว ดูแลด้วยอาหารใกล้ตัวตามนี้ !

2. เสริมภูมิต้านทาน

จะเห็นได้ว่าตำลึงมีวิตามินเอและเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอค่อนข้างสูง ส่วนนี้จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เราไม่ป่วยไข้ได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอาการไข้หวัด ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินเอ ก็มีโอกาสจะป่วยไข้ได้ง่ายเลยนะคะ

3. ตำลึงรักษาเบาหวาน

สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า ตำลึงเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างฟลาโวนอยด์ค่อนข้างสูง สามารถช่วยรักษาและป้องกันโรคต่าง ๆ ได้ ทั้งโรคเบาหวาน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าตำลึงช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ส่วนในใบตำลึงก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้นั่นเอง

ทั้งนี้การกินตำลึงเพื่อลดน้ำตาลในเลือด สามารถทำได้โดยใช้เถาแก่ของตำลึงประมาณครึ่งถ้วย นำมาต้มกับน้ำ หรือนำน้ำคั้นจากผลตำลึงดิบ ๆ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น น้ำตำลึงก็จะช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้

4. บำรุงกระดูก

จากการศึกษาของสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ใบตำลึงมีแคลเซียมสูง และแคลเซียมจากตำลึงยังเป็นแคลเซียมชนิดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เทียบเท่ากับแคลเซียมที่อยู่ในนมวัว ดังนั้นผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว หรือดื่มนมแล้วท้องเสียก็สามารถหันมารับแคลเซียมจากตำลึงแทนได้เช่นกัน

5. แก้อาการแสบคันจากแมลงสัตว์กัดต่อย

ใบตำลึงมีฤทธิ์เย็น ช่วยดับพิษร้อนจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ในระดับหนึ่ง โดยให้ล้างแผลด้วยน้ำไหลให้สะอาด จากนั้นใช้ใบตำลึงไม่แก่จัดหรืออ่อนจัดจนเกินไป ล้างใบตำลึงให้สะอาด จากนั้นขยี้ใบตำลึงแล้วมาประคบผิวบริเวณที่ถูกแมลงสัตว์กัดต่อยสักพัก อาการแสบคันจะบรรเทาขึ้น แต่หากอาการแสบร้อนยังไม่หาย ให้หมั่นเปลี่ยนใบตำลึงบ่อย ๆ แต่หากอาการแสบร้อนหาย แต่อาการคันไม่หาย แนะนำให้ใช้ยาทาแก้คันแผนปัจจุบันร่วมด้วย

6. ช่วยย่อยอาหาร

ใบตำลึงและเถาตำลึงมีเอนไซม์อะไมเลสอยู่มาก ซึ่งเอนไซม์ตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งได้ดี ดังนั้นใครมีอาการแน่นท้อง ท้องอืดจากอาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะคนที่กินแป้งเข้าไปมาก ๆ ให้ใช้ใบตำลึงประมาณ 1 กำมือ ผสมกับเถาตำลึงเด็ดขนาดเท่านิ้วก้อย 1 กำมือ โขลกรวมกันจนเป็นเนื้อเดียว จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำตำลึงมาผสมน้ำอุ่น 1 แก้วกาแฟ กินก่อนอาหารประมาณ 5-10 นาที เพื่อเรียกน้ำย่อย หรือจะใช้ใบตำลึงแก่ลวกพอสุก กินเป็นผักเคียงพร้อมกับอาหารในแต่ละมื้อเลยก็ได้

ตําลึง

ตำลึง สรรพคุณทางยาก็น่าเด็ดไม่น้อย

สรรพคุณของตำลึงมีประโยชน์แทบจะทุกส่วนของต้นเลยก็ว่าได้ โดยสามารถจำแนกสรรพคุณทางยาของตำลึงได้ดังนี้

– ใบ มีรสเย็น สรรพคุณดับพิษร้อน ถอนพิษ แก้แสบคัน บรรเทาเริม งูสวัด โดยนำใบมาขยี้คั้นเอาแต่น้ำ แล้วทาบริเวณที่เป็น

– เถา มีรสเย็น สรรพคุณช่วยรักษาโรคตาเจ็บ ใช้แก้ตาฟาง ตาช้ำ โดยใช้เถาโขลกพอแหลก แล้วนำมาประคบตา

– ดอก ใช้แก้คัน คั้นเอาแต่น้ำ มาทาบริเวณที่คัน

– ผล รักษาโรคผิวหนัง รักษาอาการอักเสบของหลอดลม และช่วยลดน้ำตาลในเลือด โดยคั้นน้ำจากผลสดมาดื่มวันละ 2 ครั้ง

– เมล็ด นำมาตำกับน้ำมันมะพร้าว ใช้แก้หิด

– ราก ใช้ต้มกับน้ำดื่มลดไข้ ลดอาเจียน

– ต้น ใช้กำจัดกลิ่นตัว น้ำต้มจากต้นตำลึงรักษาเบาหวานได้…

Read More