ป้ายกำกับ: ประเทศไทย

Denny กรกฎาคม 31, 2020

กระวาน  จัดเป็นเครื่องเทศหรือสมุนไพรที่สำคัญทางเศรษฐกิจซึ่งเป็นที่นิยมทั้งใน และต่างประเทศ

ต้นกระวาน ( Clustered cardamom ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของกระวาน คือ Amomum verum Blackw. ที่มีชื่อเรียกอื่นๆของกระวาน เช่น ปล้าก้อ , กระวานขาว , มะอี้ , ข่าโคก , ข่าโค่ม , หมากเนิ้ง , กระวานไทย , กระวานดำ , กระวานแดง , กระวานจันทร์ , กระวานโพธิสัตว์ เป็นต้น ต้นกระวาน จัดเป็นพืชตระกูลขิง กระวานมีราคาสูง

ชนิดของกระวาน
สำหรับกระวาน ที่ได้มีการซื้อขายในประเทศไทย มี 2 ชนิด คือ กระวานไทย และ กระวานเทศ โดยรายละเอียด ดังนี้

กระวานไทย ( Amomum krevanh ) เป็นสายพันธ์ที่นิยมปลูกในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉีียงใต้ กระวานไทยมีผลค่อนข้างกลม สำหรับ ประเทศไทย มีกระวานจากป่าบริเวณเขาสอยดาวจังหวัดจันทบุรี เป็นกระวานคุณภาพดี เรียกว่า “ กระวานจันทบุรี ”
กระวานเทศ ( Elettaria cardamomum ) เป็นกระวานทีปลูกตามประเทศเอเชียกลาง อินเดีย ศรีลังกา กระวานเทศลักษณะผลจะแบนรี
กระวานในประเทศไทย

สำหรับ กระวานในประเทศไทย เป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่ได้มีการส่งออกกระวานสำหรับทำเป็นเคร่ื่องเทศ โดยที่ได้มีการแหล่งปลูกกระวานที่สำคัญของประเทศไทย คือ จ.จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฐธานี สงขลา แต่กระวานคุณภาพดีที่สุด คือ กระวานจันทบุรี นิยมส่งออกไปประเทศจีน และ ฮ่องกง โดยที่ได้มีการผลผลิตกระวานจะออกมากที่สุดในช่วงเดือนก.ค.ถึงส.ค.ของทุกปี

ลักษณะของต้นกระวาน
ต้นกระวาน คือ พืชล้มลุก พืชตระกูลขิง ชอบขึ้นตามที่ร่ม ชอบดินความชื้นสูง และได้มีการพบกระจายตามบริเวณป่าเขา กระวาน ที่สามารถขยายพันธ์ได้โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ และ การแตกหน่อ ลักษณะของต้นกระวาน มีรายละเอียด ดังนี้

ลำต้นกระวาน มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นความสูงประมาณ 2 เมตร มีสีเขียว ลักษณะอวบน้ำ
ใบกระวาน เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบยาว ปลายใบแหลม ใบเรียบ มีสีเขียว
ดอกกระวาน ออกดอกเป็นช่อ โดยช่อดอกกระวานจะออกมาจากเหง้า และชูขึ้น กลีบดอกกระวานมีสีเหลือง
ผลกระวาน ลักษณะกลม ติดกันเป็นพวง ผลมีสีขาวนวล ผิวของเปลือกผลกระวานเกลี้ยง ผลอ่อนมีขน ผลแก่จะร่วง มีเมล็ดอยู่ภายในจำนวนมาก
เมล็ดกระวาน ที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นการบูร รสเผ็ด เมล็ดอ่อนมีสีขาว เมล็ดแก่เป็นสีดำ
คุณค่าทางโภชนาการของกระวาน

สำหรับด้านโภชนาการ นักโภชนากการได้ศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของกระวาน ขนาด 100 กรัม ที่ได้มีการพบว่าให้พลังงาน 254.0 กิโลแคลอรี และ มีสารอาหารสำคุณ เช่น โปรตีน 9.5 กรัม ไขมัน 6.3 กรัม คาร์โบไฮเดรต 39.7 กรัม แคลเซียม 16.0 กรัม ฟอสฟอรัส 23.0 มิลลิกรัม และ เหล็ก 12.6 มิลลิกรัม น้ำมันหอมระเหยจากกระวาน สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้

สรรพคุณของกระวาน
สำหรับประโยชน์ของกระวานในทางด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ที่สามารถใช้ประโยชนืได้จาก ผลกระวาน ใบกระวาน เมล็ดกระวาน โดย สรรพคุณของกระวาน มีดังนี้

ผลแก่กระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือด ขับลม ช่วยเจริญอาหาร แก้คลื่นไส้อาเจียน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นยาระบาย ต้านเชื้อแบคทีเรีย
ใบกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับลม ขับเสมหะ ทำให้สดชื่น แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
เปลือกกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ แก้ไข้ ทำให้สดชื่น รักษาโรคผิวหนัง
เมล็ดกระวาน สรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ แก้ปวดท้อง เป็นยาระบาย
แก่นกระวาน สรรพคุณรักษาโรคโลหิตเป็นพิษ
รากกระวาน สรรพคุณช่วยฟอกเลือด แก้โลหิตเน่าเสีย ขับเสมหะ
กระพี้กระวาน สรรพคุณบำรุงเลือด รักษาโรคผิวหนัง
หน่อกระวาน สรรพคุณช่วยถ่ายพยาธิ
โทษของกระวาน

สำหรับการใช้ประโยชน์กระวาน ก็เหมือนสมุนไพรทั่วไป ที่ต้องใช้อย่างถูกต้องและในปริมาณที่เหมาะสม จึงจะไม่เกิดโทษต่อร่างกาย แต่ยังไม่พบว่ามีรายงานถึงความเป็นพิษจากการใช้กระวาน ดังนั้นการใช้กระวานจึงน่าจะมีความปลอดภัยสูง…

Read More
Denny กรกฎาคม 28, 2020

หญ้าปักกิ่ง  เป็นสมุนไพรรักษาโรคมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้วใช้บำรุงพลังปราณ

ต้นหญ้าปักกิ่ง ( Angel Grass ) ชื่อวิทยาศาสตร์ของหญ้าปักกิ่ง คือ Murdannia loriformis (Hassk.) R.S.Rao & Kammathy สำหรับ สมุนไพรหญ้าปักกิ่ง มีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น หญ้าเทวดา , ต้นอายุยืน , เล่งจือเช่า , งู้แอะเช่า และ หนิวเอ้อเฉ่า เป็นต้น ต้นหญ้าปักกิ่ง ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ แถบสิบสองปันนา จัดเป็นพรรณไม้ล้มลุกขนาดเล็ก จำพวกหญ้าที่มีอายุหลายปี

หญ้าปักกิ่งในประเทศไทย
ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทย ก็ได้มีการนำเอาหญ้าปักกิ่ง นำมาใช้ประโยชน์ในทางด้านจากการรักษาโรคในแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ได้มีการนำเอาหญ้าปักกิ่งไปศึกษาทางการวิจัย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา หญ้าปักกิ่ง ที่ได้รับการสนับสนุนในการนำไปวิจัย หลังจากสถาบันต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยมหิดล องค์การเภสัชกรรมประเทศไทย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งประเทศไทย และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น

ซึ่งก่อให้เกิดองค์ความรู้อย่างมากมายด้านการรักษามะเร็ง หญ้าปักกิ่งมีสรรพคุณต้านมะเร็ง เพระา หญ้าปักกิ่ง มี สารกลัยโคสฟิงโกไลปิด ( Glycosphingolipid )ที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ใช้รักษา มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ มะเร็งตับ นอกจากนี้ ยังมี สรรพคุณเพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว อีกด้วย

ลักษณะของต้นหญ้าปักกิ่ง
ต้นหญ้าปักกิ่ง พืชล้มลุก โตง่าย ชอบดินร่วนปนทราย แสงแดดอ่อน ๆ ที่สามารถขยายพันธ์โดยการเพาะเมล็ดพันธ์ การปักชำ มักขึ้นตามริมลำธาร สำหรับประเทศไทย ที่ได้มีการพบหญ้าปักกิ่งได้ในภาคเหนือ เป็นลักษณะของต้นหญ้าปักกิ่ง มีดังนี้

ลำต้นหญ้าปักกิ่ง ต้นหญ้าปักกิ่งไม่มีลำต้นหลัก มีแต่เหง้าที่สั้นๆ รากหนา ความสูงของทั้งต้นประมาณ 20 เซนติเมตร ลำต้นมีใบเป็นกระจุก
ใบหญ้าปักกิ่ง ลักษณะเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับเป็นชั้น และกระจุกตรงเหง้า ลักษณะของใบคล้ายใบไผ่ ใบมีขน ใบหนา สีเขียว ผิวใบเรียบ
ดอกหญ้าปักกิ่ง ลักษณะดอกออกเป็นช่อ โดยมีก้านดอกออกมาจากเหง้า กลีบดอกมี 3 กลีบ สีของกลีบดอก มี สีน้ำเงิน สีฟ้า สีม่วงอ่อน สีม่วงน้ำเงิน หรือ สีบานเย็น
ผลหญ้าปักกิ่ง ลักษณะของผลหญ้าปักกิ่ง เจริญเติบโตจากดอกหญ้าปักกิ่ง ผลลักษณะคล้ายแคปซูลรูปสามเหลี่ยมทรงรี ผิวสีน้ำตาลอมเหลือง
สรรพคุณของหญ้าปักกิ่ง

สำหรับสรรพคุณของต้นหญ้าปักกิ่ง ในทางด้านการบำรุงร่างกายและการรักษาโรค ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ทั้งต้น ดอก และ ใบ สรรพคุณของหญ้าปักกิ่ง มีดังนี้

ทั้งต้นหญ้าปักกิ่ง สรรพคุณป้องกันมะเร็ง เช่น มะเร็งในลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง และ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ช่วยบำรุงกำลัง แก้อ่อนเพลีย เป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยรักษาเบาหวาน ช่วยรักษาระดับความดันโลหิต ช่วยลดไข้ บรรเทาอาการของโรคในระบบทางเดินหายใจ แก้ไอ แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน รักษาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แก้ปวดท้อง รักษาหนองใน รักษาแผลฝี รักษาแผลเรื้อรัง แก้อักเสบ รักษาอาการปวดบวม ช่วยขับพิษในร่างกาย
ดอกหญ้าปักกิ่ง สรรพคุณบำรุงหัวใจ รักษาอาการไตอักเสบ
ใบหญ้าปักกิ่ง สรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง และ เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค
โทษของหญ้าปักกิ่ง

สำหรับการใช้ประโยชน์จากหญ้าปักกิ่ง มีข้อควรระวังในการใช้ประโยชน์ ดังนี้

หญ้าปักกิ่งสรรพคุณเป็นยาเย็น ไม่ควรบริโภคติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เพราะ อาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ แขนขาชา กล้ามเนื้อลีบจนไม่อาจเดินได้…

Read More
Denny กรกฎาคม 15, 2020

เพกา  เป็นผักที่นิยมจิ้มกินกับน้ำพริก ลักษณะเป็นฝักสีเขียวยาวประมาณ 1 ศอก และในทางการแพทย์ระบุว่าามีสารสกัดฟลาโวนอยด์

ที่ได้มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ อีก เช่น ลิ้นฟ้า (เลย, ภาคอีสาน), กาโด้โด้ง (กาญจนบุรี), ดุแก ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ (แม่ฮ่องสอน), เบโด (จังหวัดนราธิวาส), มะลิ้นไม้ มะลิดไม้ ลิดไม้ (ภาคเหนือ), โชยเตียจั้ว (จีน) เป็นต้น

ที่ได้มีการจัดเป็นไม้ยืนต้นและเป็นสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้มีถิ่นกำเนิดในอินเดียแลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรวมไปจนถึงประเทศไทยบ้านเราด้วย โดยที่ได้มีการพบได้ตามป่าเบญจพรรณและป่าชื้นทั่วไป ถึงแม้ว่าจะได้มีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศ แต่มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่นำมากินเป็นผัก (จัดอยู่ในหมวดดอกฝัก)

ฝักอ่อนของ ต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะได้มีวิตามินซีถึง 484 มิลลิกรัม

ซึ่งถือได้ว่าสูงมาก ๆ และยังได้มีการประกอบไปด้วยมีวิตามินเอสูงถึง 8,300 มิลลิกรัม (ซึ่งพอ ๆ เพกา  กับตำลึงเลยทีเดียว), ธาตุแคลเซียม 13 มิลลิกรัม, ธาตุฟอสฟอรัส 4 มิลลิกรัม, โปรตีน 0.2 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 14 กรัม, ไขมัน 0.5 กรัม, เส้นใย 4 กรัม ยอดอ่อนของต่อน้ำหนัก 100 กรัม จะมีวิตามินบี 1 0.18 มิลลิกรัม, วิตามินบี 2 0.7 มิลลิกรัม, วิตามินบี 3 2.4 มิลลิกรัม, โปรตีน 6.4 กรัม, ไขมัน 2.6 กรัม, คาร์โบไฮเดรต 13 กรัม และให้พลังงาน 101 กิโลแคลอรี

ตามความเชื่อของคนโบราณนั้นที่ห้ามปลูกไว้ในบริเวณบ้าน เนื่องจากนี้ฝักของที่ได้มีรูปร่างคล้ายดาบหรือปลายหอก

อาจจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเลือกตกยางออกได้ และยังเป็นชื่อเรียกของเหล็กประดับยอดพระปรางค์ เนื่องจากนี้ได้มีรูปร่างคล้ายฝักของ จึงถือว่าเป็นของสูงไม่คู่ควรแก่ในการนำมาปลูกไว้ในบ้าน แต่ถ้าจะไปปลูกไว้ตามไร่ตามสวน หรือรั้วบ้านก็คงจะไม่เป็นไร…

Read More